การขอคืนภาษีต้องทำอย่างไร? และตรวจสอบสถานะคืนภาษีได้ที่ไหน สรุปครบแล้วที่นี่

การขอคืนภาษีต้องทำอย่างไร? และตรวจสอบสถานะคืนภาษีได้ที่ไหน สรุปครบแล้วที่นี่ by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ติดต่อ Line
icon ดูรีวิวจากลูกค้า

สารบัญ

    1. เงินคืนภาษีคืออะไร?
    2. การขอคืนภาษีบุคคลธรรมดา
    3. การขอคืนภาษีนิติบุคคล
    4. การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    5. การขอคืนภาษีด้วยแบบ ค.10
    6. ตรวจสอบสถานะคืนภาษีและช่องทางการรับเงิน
    7. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
    8. สรุป

เงินคืนภาษีคืออะไร?

          เงินคืนภาษี (Tax refund) เป็นเงินที่เรามีสิทธิ์ได้รับคืน เนื่องจากได้จ่ายชำระภาษีล่วงหน้าไปแล้ว มากกว่าเงินภาษีที่ต้องเสีย โดยปกติแล้วการที่จะได้สิทธิ์ขอคืนภาษีจะมีอยู่ 2 กรณีหลักๆคือ

  1. ในระหว่างปีผู้เสียภาษีได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเอาไว้ แล้วภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายทั้งหมดมีมูลค่ามากกว่า ภาษีที่จะต้องเสียตอนปลายปี จึงทำให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์ขอคืนภาษีได้
  2. ในระหว่างปีผู้เสียภาษีได้เสียภาษีเงินได้ครึ่งปีเอาไว้ตามกฎหมาย แล้วภาษีครึ่งปีที่เสียไปนั้นมีมูลค่ามากกว่า ภาษีที่จะต้องเสียตอนปลายปี จึงทำให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์ขอคืนภาษีได้

การขอคืนภาษีบุคคลธรรมดา

          โดยปกติแล้วในการยื่นแบบ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะยื่นภาษีโดยใช้แบบ ภงด.90 หรือ ภงด.91 ซึ่งหากผู้เสียภาษีมีภาษีที่จ่ายไปล่วงหน้ามากกว่าภาษีที่คำนวณได้ตอนปลายปี ผู้เสียภาษีนั้นก็มีสิทธิ์ในการขอคืนภาษี ซึ่งวิธีหลักในการขอคืนภาษีจะเป็นการทำเรื่องขอคืนภาษีในแบบ ภงด.90 หรือ ภงด.91 เลย เนื่องจากในตัวแบบจะมีช่องให้กรอกและเซ็นตรง “คำร้องขอคืนเงินภาษี”

ภงด 90 By BMU
ภงด 91 By BMU

เมื่อทำเรื่องขอคืนภาษีในแบบไปแล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีควรต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ให้พร้อมเผื่อเจ้าหน้าที่สรรพากรเรียกตรวจ

  1. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91)
  2. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  3. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ขอคืนภาษี  
  4. เอกสารแสดงสิทธิ์ลดหย่อนภาษี (ถ้ามี) เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนบุตร, ใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ, ใบรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากธนาคาร, ใบเสร็จรับเงินการซื้อกองทุน RMF/SSF/ThaiESG, หลักฐานการบริจาค, ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน “ช้อปดีมีคืน” เป็นต้น

การขอคืนภาษีนิติบุคคล

          โดยปกติแล้วในการยื่นแบบ ภาษีเงินได้นิติบุคคล จะยื่นภาษีโดยใช้แบบ ภงด.50 ซึ่งหากนิติบุคคลมีภาษีที่จ่ายไปล่วงหน้า (เช่นภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย / ภาษีเงินได้ครึ่งปี) มากกว่าภาษีที่คำนวณได้ตอนปลายปี นิติบุคคลนั้นก็มีสิทธิ์ในการขอคืนภาษี ซึ่งวิธีหลักในการขอคืนภาษีจะเป็นการทำเรื่องขอคืนภาษีในแบบ ภงด.50 เลย เนื่องจากในตัวแบบจะมีช่องให้กรอกและเซ็นตรง “คำร้องขอคืนเงินภาษี”

ภงด.50 By BMU

เมื่อทำเรื่องขอคืนภาษีในแบบไปแล้ว นิติบุคคลต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ให้พร้อมเพราะเจ้าหน้าที่สรรพากรจะเรียกตรวจอย่างแน่นอน

  1. งบทดลอง บัญชีแยกประเภท รายละเอียดประกอบงบ
  2. เอกสารประกอบการบันทึกบัญชีทั้งหมด
  3. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภงด.50)
  4. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  5. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของนิติบุคคล

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยปกติแล้วในการยื่นแบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม จะยื่นภาษีโดยใช้แบบ ภพ.30 ซึ่งหากนิติบุคคล/ผู้เสียภาษีมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายในเดือนนั้นๆ นิติบุคคล/ผู้เสียภาษี สามารถเลือกได้ 2 แบบดังนี้

  1. นำภาษีซื้อที่มากกว่าภาษีขายไปขอเครดิตภาษีในเดือนถัดๆไป แทนที่จะขอคืนเป็นเงินสด
  2. นำภาษีซื้อที่มากกว่าภาษีขายไปขอคืนเป็นเงินสด

ซึ่งหากเลือกกรณีที่ 1 นำภาษีซื้อที่มากกว่าภาษีขายไปขอเครดิตภาษีในเดือนถัดๆไป ก็ให้กรอกแบบภาษีตามปกติ แต่หากเลือกกรณีที่ 2 นำภาษีซื้อที่มากกว่าภาษีขายไปขอคืนเป็นเงินสด ในแบบ ภพ.30 ก็ต้องลงลายมือชื่อ หรือกรอกข้อมูลตรงช่อง การขอคืนภาษี

ภพ30 by BMU

การขอคืนภาษีด้วยแบบ ค.10

แบบ ค.10 หรือ “คำร้องขอคืนเงินภาษีอากร” ใช้ในกรณีที่ผู้เสียภาษีต้องการขอคืนเงินภาษีที่ได้ชำระไว้เกินกว่าจำนวนที่ต้องเสียจริง แต่ไม่ได้กรอกคำร้องขอคืนภาษีในการยื่นแบบภาษีตามปกติ ซึ่งในแบบ ค.10 คำร้องขอคืนเงินภาษีอากร สามารถขอคืนภาษีได้ประเภทดังต่อไปนี้

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
  3. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
  4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  6. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  7. อากรแสตมป์
  8. ภาษีการรับมรดก

โดยจะต้องมีการระบุถึงมูลเหตุที่ขอคืน ว่ามาจากมูลเหตุใดดังนี้

  1. ชำระไว้เกิน ผิดหรือซ้ำ
  2. ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกินหรือมีภาษีเกินเนื่องจากได้รับเครดิตภาษี
  3. ชำระหรือถูกหักภาษีอากรไว้โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย
  4. ได้นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย/นำส่งภาษีไว้ผิดหรือซ้ำ
ค.10 By BMU

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม : ค.10 คำร้องขอคืนเงินภาษีอากร 

ตรวจสอบสถานะคืนภาษีและช่องทางการรับเงิน 

ตรวจสอบสถานะคืนภาษี 

ปัจจุบันการตรวจสอบสถานะการขอคืนภาษี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สามารถทำได้สะดวกผ่านระบบออนไลน์ โดยการตรวจสอบสถานะภาษีออนไลน์ มีขั้นตอน ดังนี้

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th
  2. เลือกเมนู D-MyTax รวมบริการทางภาษี (One Portal)
  3. กรอกชื่อผู้ใช้งานหรือเลขประจำตัว 13 หลักพร้อมกับรหัสผ่าน หรือเข้าสู่ระบบด้วย Digital IDเช่น ThaID หรือเป๋าตัง
  4. เมื่อเข้าสู่ระบบสำเร็จ ให้เลือกเมนู ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร
  5. ตรวจสอบข้อมูลโดยระบบจะแสดงขั้นตอนการพิจารณาเงินคืนภาษีปัจจุบัน พร้อมทั้งแจ้งละเอียดหากมีเอกสารที่ต้องอัปโหลดเพิ่มเติม

ช่องทางการรับเงิน

เมื่อระบบตรวจสอบเอกสารครบถ้วนและได้ทำการอนุมัติการคืนภาษีแล้ว ผู้เสียภาษีจะได้รับเงินคืนผ่านช่องทาง ดังนี้

  1. บัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) โดยบุคคลธรรมดาให้ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน ส่วนนิติบุคคลให้ผูกกับเลขทะเบียนนิติบุคคล
  2. บัญชีธนาคาร ในกรณีที่ไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ กรมสรรพากรจะส่งหนังสือแจ้งคืนเงินภาษี (ค.21) ทางไปรษณีย์ เพื่อแจ้งให้ผู้เสียภาษีทราบว่าได้รับอนุมัติคืนภาษีจากนั้นผู้เสียภาษีจะต้องนำหนังสือ ค.21 พร้อมบัตรประชาชน ไปติดต่อที่สาขาของ ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เท่านั้น เพื่อให้ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขอคืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำตอบ : ในการขอคืนภาษีนั้นระยะเวลาของการได้รับเงินคืนจะขึ้นอยู่ที่เอกสารและช่องทางในการรับเงิน โดยแบ่งเป็น 2 กรณี

  1. กรณีบุคคลธรรมดา
  • รับเงินผ่านพร้อมเพย์ ข้อมูลของเอกสารมีความถูกต้องและครบถ้วน ไม่ถูกเรียกตรวจเอกสารเพิ่มเติม จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 3-7 วันทำการ
  • กรณีไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ จะใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน เนื่องจากต้องรอระบบออกเอกสารและจัดส่งหนังสือแจ้งคืนภาษี (ค.21) มาทางไปรษณีย์เพื่อนำไปติดต่อรับเงินคืนที่ธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  1. กรณีนิติบุคคล อาจใช้เวลาหลายเดือน จนถึง 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากกระบวนการขอคืนภาษีนิติบุคคล เจ้าหน้าที่สรรพากรจะมีการเรียกตรวจสมุดบัญชี งบการเงิน เอกสารประกอบการลงบัญชีอย่างละเอียด หรืออาจมีการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพกิจการก่อนพิจารณาอนุมัติคืนเงิน

คำตอบ : หากลืมขอคืนภาษีตามเวลาที่กำหนด ผู้เสียภาษีจะสามารถขอคืนภาษีย้อนหลังได้ภายใน 3 ปีโดยใช้แบบคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (แบบ ค.10)

คำตอบ : กรณีหนังสือแจ้งคืนเงินภาษี (ค.21) หาย หรือหมดอายุ สามารถทำการติดต่อขอออกฉบับใหม่ได้ ดังนี้

1. ช่องทางออนไลน์เฉพาะบุคคลธรรมดา สามารถยื่นคำร้องได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร

2. ติดต่อด้วยตนเองโดยการไปยื่นคำร้องที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนา โดยหากเป็นบุคคลธรรมดาให้เตรียมบัตรประชาชน และส่วนนิติบุคคลเตรียมหนังสือรับรองนิติบุคคลพร้อมบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

สรุป

          การขอคืนภาษีเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ในบางธุรกิจบริการที่มีอัตรากำไรต่ำ (กำไรน้อย เสียภาษีน้อย แต่ถูกหัก ณ ที่จ่ายเอาไว้จากรายได้ค่าบริการ) บางทีภาษีที่จ่ายไปล่วงหน้า หรือที่ถูกหักเอาไว้ มีมูลค่าเป็นหลายแสน หรือเป็นหลักล้านบาท การขอคืนภาษีจากสรรพากรจึงเป็นทางออกที่ดี ที่กิจการจะได้รับเงินคืนกลับมาเพื่อนำมาใช้ในการหมุนเวียนทางธุรกิจ

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ขอคืนภาษี สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

 

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.