รวมคำศัพท์บัญชีภาษาอังกฤษ แปลไทย ครบจบในที่เดียว! ตั้งแต่พื้นฐานงบการเงิน ภาษี จนถึงการสอบบัญชี พร้อมตัวย่อที่พบบ่อยและตาราง A-Z ค้นหาง่าย อัปเดตล่าสุด
รายงานผู้สอบบัญชีไม่ได้เป็นเพียงเอกสารปะหน้า แต่มันคือการรับรองความเชื่อถือของงบการเงิน ที่ช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขรายงานทางการเงิน การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่ออ่าน “วรรคความเห็น” ในรายงาน จะช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพราะในโลกของธุรกิจ “ข้อมูลที่เชื่อถือได้” คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด
กำไรสะสม คือกำไรสุทธิส่วนที่บริษัทเก็บไว้หลังจากจ่ายปันผลสะสมกันมาตั้งแต่เปิดบริษัท ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญที่สุดในการต่อยอดธุรกิจโดยไม่มีภาระดอกเบี้ย การวิเคราะห์กำไรสะสมให้เป็นจะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมสถานะการเงินที่แท้จริงของกิจการ
“เงินกู้ยืมกรรมการ” ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง, แยกกระเป๋าเงินของบริษัท และ กรรมการ/ผู้ถือหุ้นให้ชัดเจน, ใส่เงินลงมาจริงตอนจดทะเบียนบริษัท และคิดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร การละเลยเพียงจุดเล็กๆ อาจกลายเป็นภาระภาษีมหาศาลในอนาคต ดังนั้นเจ้าของธุรกิจควรหมั่นตรวจสอบงบการเงินและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนจัดการยอดคงค้างอย่างเหมาะสม
โดยสรุปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses) คือต้นทุนพื้นฐานที่ทำให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้ตามปกติ แม้จะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สร้างรายได้โดยตรง แต่การจำแนกและควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ดีคือการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน
ค่าใช้จ่ายในการขาย (Selling Expenses) คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถ “ขายสินค้าหรือบริการได้” นับตั้งแต่กระบวนการทำการตลาด การโน้มน้าวใจลูกค้า ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้า รวมถึงการให้บริการแก่ลูกค้า
ในทางบัญชี ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะแสดงอยู่ใน งบกำไรขาดทุน ภายใต้บัญชีที่ชื่อว่า “ค่าใช้จ่ายในการขาย”
เงินทดรองจ่าย (Advance Payment) คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยในงบการเงินจะถูกจัดประเภทเป็น “สินทรัพย์หมุนเวียน” และจะถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อมีการนำใบเสร็จมาล้างออก หัวใจสำคัญของการบริหารเงินทดรองจ่ายคือ “ระบบการควบคุมภายใน” ที่ดี ตั้งแต่การอนุมัติที่สมเหตุสมผล การจัดเก็บเอกสารใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามหลักสรรพากร ไปจนถึงการกำหนดระยะเวลาคืนเงินที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาเงินทดรองจ่ายค้างนาน
ดอกเบี้ยจ่ายเปรียบเสมือนดาบสองคม ในแง่หนึ่งมันช่วยลดภาษีและสร้างพลังทวีในการเติบโตจากการกู้ยืม แต่อีกแง่หนึ่งมันคือภาระผูกพันที่ต้องจ่ายไม่ว่าธุรกิจจะมีรายได้หรือไม่ การวิเคราะห์ดอกเบี้ยจ่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารกระแสเงินสดให้ยั่งยืนนั่นเอง
หากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด เกี่ยวกับ ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold หรือ COGS) เราอาจจะต้องเข้าใจต้นทุนสินค้าคงเหลือก่อน
ต้นทุนสินค้าคงเหลือ คือ ต้นทุนทั้งหมดที่จ่ายไปเพื่อให้ได้สินค้าชิ้นนั้นมาพร้อมขาย เช่น ต้นทุนค่าสินค้า ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งสินค้าคงเหลือ นี้จะถูกจัดประเภทอยู่ในบัญชี สินค้าคงเหลือ ใน งบฐานะการเงิน ต่อมาเมื่อสินค้าคงเหลือนี้ได้ถูกขายออกไป สินค้าคงเหลือ ดังกล่าวจะถูกตัดออกเป็นค่าใช้จ่าย และจัดประเภทเป็น ต้นทุนขาย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในงบกำไรขาดทุน
เจ้าหนี้การค้า (Accounts payable หรือย่อสั้นๆว่า AP) คือ เงินค่าสินค้าหรือค่าบริการที่บริษัทค้างจ่ายซัพพลายเออร์หรือผู้ขาย จากการที่บริษัทซื้อสินค้าหรือบริการมาแบบเงินเชื่อ โดยมีข้อตกลงว่าจะชำระคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 30 วัน, 60 วัน หรือที่เรียกว่า “เครดิตเทอม” (Credit Term) ยกตัวอย่างเช่น ณ วันที่ 1 มกราคม บริษัทได้สั่งซื้อสินค้าในราคา 50,000 บาท โดยได้รับสินค้าในวันที่ 10 มกราคม ดังนั้นในวันที่ได้รับสินค้าวันที่ 10 มกราคม บริษัทจะต้องบันทึกรับรู้เจ้าหนี้การค้าจำนวน 50,000 บาท











