ภาษีมรดกคืออะไร ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดกและบทลงโทษอะไรหากไม่จ่ายหรือหลีกเลี่ยงภาษี สรุปครบแล้วที่นี่

สรุปภาษีมรดกใครต้องเสียและต้องยื่นเมื่อไรพร้อมทั้งบทลงโทษหากไม่จ่าย by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ติดต่อ Line
icon ดูรีวิวจากลูกค้า

สารบัญ 

    1. ภาษีมรดกคืออะไร
    2. ใครบ้างต้องเสียภาษีมรดก
    3. ภาษีมรดกเสียเท่าไร
    4. ตัวอย่างการคำนวณภาษีมรดก
    5. ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดกและทรัพย์สินใดได้รับการยกเว้นภาษีมรดก
    1. ต้องยื่นภาษีมรดกเมื่อไร
    2. บทลงโทษหากไม่จ่ายหรือหลีกเลี่ยงภาษี
    3. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
    4. สรุป

ภาษีมรดกคืออะไร 

ภาษีที่จัดเก็บจากผู้รับมรดกที่ได้รับทรัพย์สินจากเจ้ามรดกหรือผู้เสียชีวิตโดยกฎหมายกำหนดว่าหากมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับมรดกเกิน 100 ล้านบาท จึงจะมีหน้าที่ต้องเสียภาษี โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2559 ตาม พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558

ใครบ้างต้องเสียภาษีมรดก

  1. บุคคลธรรมดา 

    • ผู้มีสัญชาติไทยต้องเสียภาษีจากทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศ
    • ผู้ที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ให้เสียภาษีจากทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศ
    • ผู้ที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ให้เสียภาษีจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
  1. นิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย 

    • นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย เสียภาษีการรับมรดกจากมรดกที่ได้รับเป็นทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศ
    • นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายในประเทศไทย
    • นิติบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในขณะมีสิทธิได้รับมรดก
    • นิติบุคคลผู้มีสัญชาติไทย เป็นผู้มีอำนาจบริหารกิจการเกินกึ่งหนึ่งของคณะบุคคลซึ่งมีอำนาจบริหารกิจการทั้งหมด เสียภาษีการรับมรดกจากมรดกที่ได้รับเป็นทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศ
  1. นิติบุคคลที่ไม่ได้ถือว่าเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย 

นิติบุคคลที่ไม่ได้ถือว่าเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยแต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินในประเทศไทย ให้เสียภาษีจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย

ภาษีมรดกเสียเท่าไร 

ภาษีการรับมรดกต้องเสียในอัตราเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินและความสัมพันธ์ของผู้รับมรดกกับเจ้าของมรดก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. มูลค่ามรดกไม่เกิน 100 ล้าน จะได้รับการยกเว้นภาษีมรดกทั้งหมด คือไม่ต้องเสียภาษีนั้นเอง
  2. มูลค่ามรดกเกิน 100 ล้านบาท จะต้องทำการเสียภาษีในส่วนที่เกินจาก 100 ล้านบาท โดยอัตราการเสียภาษีมรดกจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของมรดกและผู้รับมรดก

สรุปอัตราภาษีมรดกตามความสัมพันธ์ 

ทายาท อัตราภาษีมรดก
บุคคลทั่วไป (ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือด) 10%
พ่อแม่ 5%
ปู่ ย่า ตา ยาย 5%
ผู้สืบสันดาน 5%
คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 0

ตัวอย่างการคำนวณภาษีมรดก

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตัวอย่างการคำนวณภาษีมรดกจากทรัพย์สินมูลค่า 400,000,000 บาท 

กรณีที่ 1 อัตราภาษี 5% 

หากผู้รับมรดกเป็น “บุตร” ซึ่งถือเป็นผู้สืบสันดาน จะคำนวณภาษีจากส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท คือ

นำ มูลค่าทรัพย์สินมาลบกับ100 ล้านบาทเพื่อจะได้นำส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทมาคำนวณและนำมาคูณกับ 5% จะได้ภาษีที่ต้องชำระ

วิธีคิด  400,000,000 – 100,000,000 = 300,000,000 บาท

300,000,000 x 5% = 15,000,000 บาท เท่ากับว่ายอดที่ต้องชำระ คือ 15,000,000 บาท

กรณีที่ 2  อัตราภาษี 10% 

หากผู้รับมรดก “บุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดาน” จะต้องเสียภาษีในอัตรา 10% ดังนั้นนำมูลค่าทรัพย์สินมาลบกับ 100 ล้านบาทเพื่อจะได้นำส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทมาคำนวณ และนำมาคูณกับ 10% จะได้ภาษีที่ต้องชำระ

วิธีคิด  400,000,000 – 100,000,000 = 300,000,000 บาท

300,000,000 x 10% = 30,000,000 บาท เท่ากับว่ายอดที่ต้องชำระ คือ 30,000,000 บาท

ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดกทรัพย์สินใดได้รับการยกเว้นภาษีมรดก 

ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดก 

ทรัพย์สินที่ได้รับมรดกมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทต่อเจ้าของมรดก 1 คนจะต้องเสียภาษีมรดกในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดกมี ดังนี้

  1. อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านคอนโด ที่ดิน อาคารพาณิชย์
  2. หลักทรัพย์ตามกฎหมาย เช่น พันธบัตร หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ กองทุนรวม
  3. เงินฝากหรือเงินอื่นๆที่อยู่ในประเทศไทย
  4. ยานพาหนะที่มีหลักฐานทางทะเบียน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องบิน เรือ
  5. ทรัพย์สินทางการเงิน ที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา ปัจจุบันประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ตั๋วเงิน และหุ้นกู้

ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นภาษีมรดก 

  1. กรณีที่คู่สมรสของผู้เสียชีวิตที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย จะได้รับยกเว้นภาษีมรดกทั้งจำนวน
  2. ทายาทที่ได้รับมรดก มีความประสงค์นำมรดกที่ได้ ไปใช้เพื่อประโยชน์ในด้านศาสนา การศึกษา หรือสาธารณประโยชน์อื่นๆ
  3. หน่วยงานของรัฐและนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์นำมรดกที่ได้ไปใช้ในด้านศาสนา การศึกษาหรือสาธารณประโยชน์

ต้องยื่นภาษีมรดกเมื่อไร 

เมื่อได้รับมรดกที่มีมูลค่าสุทธิเกิน 100 ล้านบาท จะต้องมีหน้าที่ในการยื่นเสียภาษี โดยมีรายะเอียด ดังนี้

  1. ต้องยื่นเสียภาษีภายใน 150 วันหลังจากที่ได้รับมรดกส่วนที่ทำให้มูลค่าสะสมกันแล้วเกิน 100 ล้านบาทแล้ว เนื่องจากมรดกอาจไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์พร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียว ต้องทยอยรับโอน เมื่อยอดถึงเกิน 100 ล้านบาทในวันไหน ให้เริ่มนับ 150 วันจากวันนั้น
  2. แบบฟอร์มที่ใช้ในการยื่นเสียภาษี คือ แบบ ภ.ม.60.
  3. สามารถนำแบบฟอร์มไปยื่นสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาใดก็ได้ หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ในกรณีที่ไม่สามารถจ่ายไหว

หากทายาทไม่สามารถชำระภาษีได้ทั้งหมดในคราวเดียว สามารถทำการผ่อนชำระได้โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

  1. สามารถยื่นคำขอผ่อนชำระภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี
  2. หากผ่อนชำระเสร็จสิ้นภายใน 2 ปีจะได้รับการยกเว้นไม่เสียเงินเพิ่ม
  3. หากผ่อนชำระเกินกว่า 2 ปี จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 0.5 ต่อเดือนของเงินภาษีค้างชำระ โดยคำนวณตั้งแต่วันที่การผ่อนชำระมีผลจนกว่าจะชำระครบ

บทลงโทษหากไม่จ่ายหรือหลีกเลี่ยงภาษี 

หากไม่จ่ายหรือหลีกเลี่ยงภาษีมรดกจะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงการถูกยึดทรัพย์สิน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. โทษทางอาญา กรณีจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หรือแจ้งข้อมูลเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. หากไม่จ่ายภาษีภายในกำหนด จะต้องเสียเบี้ยปรับเพิ่มเติมอีก 0.5 เท่าของเงินภาษีที่ต้องจ่าย กรณีชำระไม่ครบถ้วน หรือ 1 เท่า กรณีไม่ได้ยื่นแบบ
  3. ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาจนถึงวันที่ชำระภาษี
  4. โทษทางอาญา กรณีละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนด 150 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 500,000 บาท
  5. มาตรการยึดทรัพย์โดยอธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีมรดก เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ภาษีให้ครบถ้วนได้โดยไม่ต้องขอหมายยึดจากศาล

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

คำตอบ : การรับโอนที่ดินที่เป็นมรดก จะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง 2 ส่วน ที่เกี่ยวข้อง คือ

  1. ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์โดยทั่วไปการโอนมรดกให้ทายาทสายตรงจะอยู่ที่ 0.5% ของราคาประเมิน แต่ถ้าเป็นทายาทลำดับอื่น เช่น พี่น้อง ลุงป้าน้าอา หรือบุคคลภายนอกที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะเสียค่าโอนอยู่ที่อัตรา 2% ของราคาประเมิน
  2. ภาษีมรดกหลังจากรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเรียบร้อยแล้ว ให้นำมูลค่าของที่ดินไปรวมกับทรัพย์สินมรดกอื่นๆหากรวมกันแล้วมีมูลค่าสุทธิ เกิน 100 ล้านบาท ผู้รับมรดกจะต้องนำเฉพาะส่วนที่เกิน100ล้านบาท ไปยื่นเสียภาษีมรดกที่กรมสรรพากร ภายใน 150 วัน นับแต่วันที่มรดกมีมูลค่าสะสมเกิน 100 ล้านบาท ครับ

คำตอบ : ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นครับ เนื่องจากกฎหมายมีการระบุชัดเจนว่าสิทธิยกเว้นภาษีมรดกจะให้เฉพาะ คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เท่านั้น หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะถูกนับเป็นบุคคลอื่นซึ่งหากได้รับมรดกเกิน 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีในอัตรา 10% ครับ

คำตอบ : การโอนทรัพย์สินให้กันในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ไม่ถือเป็นมรดกในทางกฎหมายครับ มรดกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตลงแล้วเท่านั้น แต่ในกรณีนี้จะถือว่าเป็นการให้โดยเสน่หาซึ่งมีซึ่งหากโอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมายจะเสียค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาประเมิน และได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนที่ดินสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : บทความโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน

สรุป

ภาษีมรดกเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในเจ้าของมรดกที่มีทรัพย์สินมาก เนื่องจากหากมูลค่ามรดกสุทธิที่ตกทอดแก่ทายาทหรือผู้รับมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท จะต้องมีการเสียภาษีในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราการจ่ายภาษี  ข้อกำหนดหรือข้อยกเว้น จึงเป็นสิ่งที่ช่วยวางแผนในการจัดการมรดกหรือการช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ภาษีมรดก สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.