สารบัญ
หลักการในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลเบื้องต้น
ก่อนที่จะไปตอบคำถามที่ว่า เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี? เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นคำนวณอย่างไร ก่อนอื่นผมแนะนำให้ไปอ่านบทความนี้ก่อนเพื่อให้ผู้อ่านบทความได้เข้าใจหลักการพื้นฐานกันก่อน : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?
หรือหากต้องการศึกษาความรู้จากสรรพากร ดูรายละเอียดได้ที่นี่ : วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีจะต้องทำอย่างไร?
ในการคำนวณภาษีของบุคคล เราจะต้องหาเงินได้สุทธิออกมาก่อนจากสมการนี้
เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน
เมื่อหาเงินได้สุทธิแล้ว ก็นำมาคำนวณอัตราภาษีตามขั้นบันไดดังนี้
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี
ตัวอย่างการคำนวณ เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
จากตารางดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,001 บาท จะต้องเริ่มเสียภาษีในอัตรา 5% ดังนั้นขอสมมติว่าหากเราเป็นผู้เสียภาษีที่ไม่ได้มีค่าลดหย่อนอะไรเพิ่มเติม เราจะสามารถหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนทั้งหมดได้ดังนี้
- หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ค่าลดหย่อนส่วนตัวหักได้ 60,000 บาท ต่อปี
ดังนั้นหากจะตอบคำถามว่า มีเงินได้เท่าไหร่ จึงต้องเริ่มเสียภาษี เราก็ต้องหาเงินได้พึงประเมินก่อน จากตัวอย่างนี้
เงินได้พึงประเมิน = เงินได้สุทธิ + ค่าใช้จ่าย + ค่าลดหย่อน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 5%) = 150,001 + 100,000 + 60,000 = 310,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 25,833.42 บาทต่อเดือน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 10%) = 300,001 + 100,000 + 60,000 = 460,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 38,333.42 บาทต่อเดือน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 15%) = 500,001 + 100,000 + 60,000 = 660,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 55,000.08 บาทต่อเดือน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 20%) = 750,001 + 100,000 + 60,000 = 910,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 75,833.42 บาทต่อเดือน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 25%) = 1,000,001 + 100,000 + 60,000 = 1,160,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 96,666.75 บาทต่อเดือน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 30%) = 2,000,001 + 100,000 + 60,000 = 2,160,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 180,000.08 บาทต่อเดือน
เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 35%) = 5,000,001 + 100,000 + 60,000 = 5,160,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 430,000.08 บาทต่อเดือน
ตารางสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
จากการคำนวณข้างต้นนี้ เราสามารถนำมาทำตารางสรุปช่วงเงินเดือนที่จะต้องเริ่มเสียภาษีในแต่ละอัตรา (สมมติหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนได้ตามพื้นฐานเบื้องต้นจากตัวอย่าง) ดังนี้
กราฟสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
เมื่อเราลองเอาตัวเลขเงินเดือน กับ ยอดภาษีตามอัตราก้าวหน้ามาพลอทเป็นกราฟ จะได้สรุปความสัมพันธ์ของเงินเดือนกับภาษีบุคคล ดังนี้
เจาะลึกคำถามยอดฮิต เงินเดือน 50,000 เสียภาษีเท่าไหร่?
เงินเดือน 50,000 เสียภาษีเท่าไหร่? คำถามยอดฮิตสุดๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มี เงินเดือน 50,000 บาทเสียภาษีเท่าไร โดยวิธีการคำนวณภาษีโดยมีฐานเงินเดือน 50,000 นั้นเริ่มจาก หาเงินได้สุทธิก่อน ตามตัวอย่าง ดังนี้
-
- นำรายได้ทั้งปี คือ 50,000*12 = 600,000 บาท
- หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามกฎหมายกำหนด 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัวเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับคือ 60,000 บาท
- หักเงินสมทบประกันสังคม 875 *12 = 10,500 บาท
สรุปเงินได้สุทธิ 600,000 – 100,000 – 60,000 – 10,500 = 429,500 บาท
-
- เมื่อได้ยอดเงินได้สุทธิ ให้นำมาเปรียบเทียบอัตราภาษีแบบขั้นบันได จะอยู่ในฐานภาษีสูงสุดที่ 10% รวมเป็นเงินที่ต้องเสียภาษีคือ 20,450 บาท
คำถามที่พบบ่อย(FAQ)
Q1: มนุษย์เงินเดือนต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ ถึงจะเริ่มเสียภาษี?
คำตอบ : มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 25,833.42 บาทขึ้นไป จะต้องเริ่มเสียภาษีครับ โดยตัวเลขนี้การคำนวณจากสิทธิขั้นพื้นฐานคือ การหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามที่กฎหมายกำหนดและหักค่าลดหย่อนส่วนตัว โดยที่ไม่มีการหักค่าลดหย่อนอื่นๆ
Q2: เงินเดือน 50,000 บาท มีโบนัสปลายปี 1 เดือน จะต้องเสียภาษีเพิ่มไหม?
คำตอบ : ต้องเสียเพิ่มครับเนื่องจากว่าโบนัสถือว่าเป็นรายได้ประเภทเดียวกับเงินเดือนที่จะต้องมารวมในการคำนวนด้วย ยกตัวอย่างเช่น ได้รับเงินเดือน 50,000 บาท รวมทั้งปีเท่ากับ 600,000 บาท ได้รับโบนัสเพิ่ม 1 เดือน 50,000 บาท รวมเป็น 650,000 บาท เมื่อคำนวณออกมาแล้วเงินเดือนจะตกอยู่ที่อัตราภาษีที่ 10% จากเดิมจ่าย ประมาณ20,600บาท เมื่อมีโบนัส 25,600 บาท
Q3: เงินเดือน 50,000 บาท แต่งงานแล้วแต่แฟนไม่มีรายได้ จะเสียภาษีน้อยลงไหม?
คำตอบ : การที่มีเงินเดือน 50,000บาท และแต่งงานจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้เสียภาษีน้อยลงครับ เพราะสามารถนำค่าลดหย่อนของคู่สมรสมาหักได้ 60,000 บาทต่อปี หากคุณเงินเดือน 50,000 บาท รวมทั้งปีเท่ากับ 600,000 บาท หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามที่กฎหมายกำหนด หักค่าลดหย่อนส่วนตัว และหักค่าลดหย่อนของคู่สมรส (ใช้ในกรณีที่รวมยื่นภาษีของคู่สมรส) เมื่อมาคำนวณแล้วออกมาจ่ายภาษีน้อยลงถึง 6,000 บาทเลยครับ
สรุป
ทุกท่านคงจะเห็นได้ว่ายิ่งมีรายได้มากเท่าไร อัตราในการเสียภาษีก็จะมีมากขึ้นตาม เมื่อมองจากกราฟจะเห็นได้ว่ากราฟมีความชันขึ้นเมื่อเรามีเงินเดือนที่เยอะขึ้น เพราะฉะนั้นในการวางแผนภาษีนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก หากมีการวางแผนภาษีล่วงหน้าก็จะช่วยให้เราได้เห็นภาพรวมของภาษีตนเอง และสามารถใช้สิทธิต่างๆในการลดหย่อนได้
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินเดือนเท่าไรต้องเสียภาษี ติดต่อมาได้ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

