เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี? คำถามยอดฮิตเงินเดือน 50,000 เสียภาษีเท่าไร สรุปครบทุกประเด็นพร้อมตัวอย่าง

เงินเดือน 50000 เสียภาษีเท่าไหร่? หรือต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี สรุปครบทุกประเด็น พร้อมตารางสรุปและกราฟให้ดูกันแบบชัดๆ เข้าใจง่าย by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ดูรีวิวจากลูกค้า
แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะคะ BUM ให้บริการปรึกษาฟรี
icon ติดต่อ Line

สารบัญ

    1. หลักการในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลเบื้องต้น
    2. ตัวอย่างการคำนวณ เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
    3. ตารางสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
    4. กราฟสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
    5. เจาะลึกคำถามยอดฮิต เงินเดือน 50,000 เสียภาษีเท่าไหร่?
    6. คำถามที่พบบ่อย(FAQ)
    7. สรุป

หลักการในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลเบื้องต้น

ก่อนที่จะไปตอบคำถามที่ว่า เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี? เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นคำนวณอย่างไร ก่อนอื่นผมแนะนำให้ไปอ่านบทความนี้ก่อนเพื่อให้ผู้อ่านบทความได้เข้าใจหลักการพื้นฐานกันก่อน : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?

หรือหากต้องการศึกษาความรู้จากสรรพากร ดูรายละเอียดได้ที่นี่ : วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปีจะต้องทำอย่างไร?

ในการคำนวณภาษีของบุคคล เราจะต้องหาเงินได้สุทธิออกมาก่อนจากสมการนี้

เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมินค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อน 

เมื่อหาเงินได้สุทธิแล้ว ก็นำมาคำนวณอัตราภาษีตามขั้นบันไดดังนี้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี

ตารางอัตราเงินได้บุคคลธรรมดา by BMU

ตัวอย่างการคำนวณ เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี

จากตารางดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,001 บาท จะต้องเริ่มเสียภาษีในอัตรา 5% ดังนั้นขอสมมติว่าหากเราเป็นผู้เสียภาษีที่ไม่ได้มีค่าลดหย่อนอะไรเพิ่มเติม เราจะสามารถหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนทั้งหมดได้ดังนี้

  1. หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  2. ค่าลดหย่อนส่วนตัวหักได้ 60,000 บาท ต่อปี

ดังนั้นหากจะตอบคำถามว่า มีเงินได้เท่าไหร่ จึงต้องเริ่มเสียภาษี เราก็ต้องหาเงินได้พึงประเมินก่อน จากตัวอย่างนี้

เงินได้พึงประเมิน = เงินได้สุทธิ + ค่าใช้จ่าย + ค่าลดหย่อน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 5%) = 150,001 + 100,000 + 60,000 = 310,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 25,833.42 บาทต่อเดือน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 10%) = 300,001 + 100,000 + 60,000 = 460,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 38,333.42 บาทต่อเดือน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 15%) = 500,001 + 100,000 + 60,000 = 660,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 55,000.08 บาทต่อเดือน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 20%) = 750,001 + 100,000 + 60,000 = 910,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 75,833.42 บาทต่อเดือน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 25%) = 1,000,001 + 100,000 + 60,000 = 1,160,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 96,666.75 บาทต่อเดือน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 30%) = 2,000,001 + 100,000 + 60,000 = 2,160,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 180,000.08 บาทต่อเดือน

เงินได้ (เริ่มเสียภาษีถึงอัตรา 35%) = 5,000,001 + 100,000 + 60,000 = 5,160,001 บาท หรือ เท่ากับเงินเดือน 430,000.08 บาทต่อเดือน

ตารางสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี

จากการคำนวณข้างต้นนี้ เราสามารถนำมาทำตารางสรุปช่วงเงินเดือนที่จะต้องเริ่มเสียภาษีในแต่ละอัตรา (สมมติหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนได้ตามพื้นฐานเบื้องต้นจากตัวอย่าง) ดังนี้

ตัวอย่าง เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี จัดทำโดย BMU

กราฟสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี

เมื่อเราลองเอาตัวเลขเงินเดือน กับ ยอดภาษีตามอัตราก้าวหน้ามาพลอทเป็นกราฟ จะได้สรุปความสัมพันธ์ของเงินเดือนกับภาษีบุคคล ดังนี้

กราฟสรุป เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี By BMU

เจาะลึกคำถามยอดฮิต เงินเดือน 50,000 เสียภาษีเท่าไหร่

เงินเดือน 50,000 เสียภาษีเท่าไหร่? คำถามยอดฮิตสุดๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มี เงินเดือน 50,000 บาทเสียภาษีเท่าไร โดยวิธีการคำนวณภาษีโดยมีฐานเงินเดือน 50,000 นั้นเริ่มจาก หาเงินได้สุทธิก่อน ตามตัวอย่าง ดังนี้

    1. นำรายได้ทั้งปี คือ 50,000*12 = 600,000 บาท
    2. หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามกฎหมายกำหนด 50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
    3. หักค่าลดหย่อนส่วนตัวเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับคือ 60,000 บาท
    4. หักเงินสมทบประกันสังคม 875 *12 = 10,500 บาท

สรุปเงินได้สุทธิ   600,000 – 100,000 – 60,000 – 10,500 = 429,500 บาท

    1. เมื่อได้ยอดเงินได้สุทธิ ให้นำมาเปรียบเทียบอัตราภาษีแบบขั้นบันได จะอยู่ในฐานภาษีสูงสุดที่ 10% รวมเป็นเงินที่ต้องเสียภาษีคือ 20,450 บาท

คำถามที่พบบ่อย(FAQ) 

Q1: มนุษย์เงินเดือนต้องมีรายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ ถึงจะเริ่มเสียภาษี?

คำตอบ :  มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 25,833.42 บาทขึ้นไป จะต้องเริ่มเสียภาษีครับ โดยตัวเลขนี้การคำนวณจากสิทธิขั้นพื้นฐานคือ การหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามที่กฎหมายกำหนดและหักค่าลดหย่อนส่วนตัว โดยที่ไม่มีการหักค่าลดหย่อนอื่นๆ

Q2: เงินเดือน 50,000 บาท มีโบนัสปลายปี 1 เดือน จะต้องเสียภาษีเพิ่มไหม?

คำตอบ : ต้องเสียเพิ่มครับเนื่องจากว่าโบนัสถือว่าเป็นรายได้ประเภทเดียวกับเงินเดือนที่จะต้องมารวมในการคำนวนด้วย ยกตัวอย่างเช่น ได้รับเงินเดือน 50,000 บาท รวมทั้งปีเท่ากับ 600,000 บาท ได้รับโบนัสเพิ่ม 1 เดือน 50,000 บาท รวมเป็น 650,000 บาท เมื่อคำนวณออกมาแล้วเงินเดือนจะตกอยู่ที่อัตราภาษีที่ 10% จากเดิมจ่าย ประมาณ20,600บาท เมื่อมีโบนัส 25,600 บาท

Q3: เงินเดือน 50,000 บาท แต่งงานแล้วแต่แฟนไม่มีรายได้ จะเสียภาษีน้อยลงไหม?

คำตอบ : การที่มีเงินเดือน 50,000บาท และแต่งงานจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้เสียภาษีน้อยลงครับ เพราะสามารถนำค่าลดหย่อนของคู่สมรสมาหักได้ 60,000 บาทต่อปี หากคุณเงินเดือน 50,000 บาท รวมทั้งปีเท่ากับ 600,000 บาท หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามที่กฎหมายกำหนด หักค่าลดหย่อนส่วนตัว และหักค่าลดหย่อนของคู่สมรส (ใช้ในกรณีที่รวมยื่นภาษีของคู่สมรส) เมื่อมาคำนวณแล้วออกมาจ่ายภาษีน้อยลงถึง 6,000 บาทเลยครับ

สรุป

ทุกท่านคงจะเห็นได้ว่ายิ่งมีรายได้มากเท่าไร อัตราในการเสียภาษีก็จะมีมากขึ้นตาม เมื่อมองจากกราฟจะเห็นได้ว่ากราฟมีความชันขึ้นเมื่อเรามีเงินเดือนที่เยอะขึ้น เพราะฉะนั้นในการวางแผนภาษีนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก หากมีการวางแผนภาษีล่วงหน้าก็จะช่วยให้เราได้เห็นภาพรวมของภาษีตนเอง และสามารถใช้สิทธิต่างๆในการลดหย่อนได้

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินเดือนเท่าไรต้องเสียภาษี  ติดต่อมาได้ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.