สารบัญ
- งบทดลองคืออะไร?
- งบทดลองมีความสำคัญอย่างไร
- ประโยชน์ของงบทดลอง
- ประเภทของงบทดลอง
- โครงสร้างและองค์ประกอบสำคัญของงบทดลอง
- ความสัมพันธ์ของงบทดลองและบัญชีแยกประเภท
- คำถามที่พบบ่อย(FAQ)
- สรุป
งบทดลองคืออะไร ?
งบทดลอง (Trial balance หรือ TB) คือ รายงานทางบัญชีที่สรุปยอดสิ้นงวดของแต่ละบัญชี ซึ่งจะสรุปยอดมาจากยอดสุดท้ายในบัญชีแยกประเภท เราลองมาทำความเข้าใจกับวงจรในการทำบัญชีกันก่อนดังนี้
การจัดทำงบทดลอง เป็นกระบวนการที่อยู่ในส่วนท้ายๆในวงจรบัญชี ซึ่งจะจัดทำหลังจากที่ได้จัดทำบัญชีแยกประเภทแล้ว หลังจากจัดทำงบทดลองแล้ว ก็จะนำทำงบทดลองไปจัดทำงบการเงินต่อไป
งบทดลองมีความสำคัญอย่างไร
งบทดลอง มีความสำคัญเพราะเป็นจุดตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีในแต่ละงวด โดยมีหน้าที่ทำการสรุปยอดคงเหลือของบัญชีทั้ง 5 หมวด เพื่อป้องกันการผิดพลาดก่อนที่จะปิดงบ และนอกจากนี้งบทดลองยังช่วยให้เราดึงข้อมูลไปจัดทำงบการเงินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดข้อผิดพลาดลงได้ อีกทั้งนักบัญชี เจ้าของธุรกิจ หรือผู้บริหารยังสามารถใช้ข้อมูลของงบทดลองเพื่อประเมินสถานะการเงินของธุรกิจได้อีกด้วย
ประโยชน์ของงบทดลอง มีอะไรบ้าง
-
- ตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี
- เป็นฐานข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการดึงตัวเลขไปจัดทำงบการเงิน
- ช่วยตรวจสอบข้อผิดพลาด เช่น เดบิตไม่เท่ากับเครดิต การบวกเลขผิด หรือการลืมยกยอดบัญชี
- ช่วยให้การบริหารข้อมูลทางงบการเงินเป็นระบบ
- เป็นรายงานสรุปข้อมูลเบื้องต้นให้กับผู้บริหาร ผู้บริหารสามารถดูข้อมูลจากงบทดลองเพื่อประเมินสถานะทางการเงินเบื้องต้นได้
ประเภทของงบทดลอง
ประเภทของงบทดลอง มีดังนี้
-
งบทดลองก่อนปรับปรุง (Unadjusted Trial Balance)
คือ งบทดลองที่จัดทำขึ้นก่อนการบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี ที่สรุปยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ณ วันสิ้นงวด ก่อนที่จะมีการบันทึกรายการปรับปร
-
งบทดลองหลังปรับปรุง (Adjusted Trial Balance)
คือ งบทดลองที่สรุปยอดคงเหลือของทุกบัญชีที่จัดทำขึ้น หลังจากบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี ณ วันสิ้นงวด เพื่อตรวจสอบความถูกต้องทางบัญชี โดยข้อมูลตัวเลขที่ได้มานั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการจัดทำงบการเงิน
-
งบทดลองหลังปิดบัญชี (Post-Closing Trial Balance)
คือ งบทดลองที่จัดทำขึ้นในขั้นตอนสุดท้าย หลังจากทำการปิดบัญชีหมวดรายได้และค่าใช้จ่าย งบทดลองนี้จะเหลือยอดคงเหลือเฉพาะบัญชีหมวด สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน เท่านั้น เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของยอดเดบิต และเครดิตทั้งหมด ก่อนเริ่มต้นรอบบัญชีใหม่
โครงสร้างและองค์ประกอบสำคัญของงบทดลอง
ลองมาดูตัวอย่างงบทดลองกันดังต่อไปนี้
โครงสร้างรายงาน งบทดลอง จะมีรายละเอียดดังนี้
-
- ชื่อบริษัท
- ชื่อรายงาน : งบทดลอง
- วันที่ของรายงานงบททดลอง 31 ธันวาคม 25X1
- ชื่อบัญชีทุกบัญชีของบริษัท
- เลขที่บัญชี
- ยอดเดบิตของแต่ละบัญชี ณ วันสิ้นงวด
- ยอดเครดิตของแต่ละบัญชี ณ วันสิ้นงวด
การอ่านและอธิบายความหมาย
-
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 บริษัทมีเงินสด 93,000 บาท
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 บริษัทมีลูกหนี้การค้าเหลืออยู่ 5,000 บาท
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 บริษัทมีอุปกรณ์ 90,000 บาท
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 บริษัทมีเจ้าหนี้การค้าเหลืออยู่ 65,000 บาท
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 บริษัทมีทุน 80,000 บาท
- ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 บริษัทมีขาดทุนสะสม 2,000 บาท
- ในปี 25X1 บริษัทมีรายได้ค่าบริการเป็นจำนวน 85,000 บาท
- ในปี 25X1 บริษัทมีค่าโฆษณาเป็นจำนวน 12,000 บาท
- ในปี 25X1 บริษัทมีเงินเดือนเป็นจำนวน 28,000 บาท
จะเห็นได้ว่ายอดรวมเดบิต กับ ยอดรวมเครดิต ในงบทดลองจะเท่ากันเสมอ ตามหลักการบัญชีที่บันทึกบัญชีด้วยระบบบัญชีคู่
ความสัมพันธ์ของงบทดลองและบัญชีแยกประเภท
ในที่นี้ขอยกตัวอย่างรายการค้าจากบทความเรื่อง “บัญชีแยกประเภทคืออะไร” มาลงบัญชี จัดทำบัญชีแยกประเภท และจัดทำงบทดลอง ให้ดูเป็นตัวอย่างดังนี้
- บริษัท BMU เพิ่งเริ่มเปิดบริษัท นำเงินมาลงทุนในบริษัทครั้งแรก 100,000 บาท รายการดังกล่าวสามารถบันทึกบัญชีในสมุดรายวันได้ดังนี้
Dr. เงินสด 100,000
Cr. ทุน 100,000
- ต่อมาบริษัทได้นำเงินไปลงทุนซื้ออุปกรณ์เป็นจำนวน 30,000 บาท รายการดังกล่าวสามารถบันทึกบัญชีในสมุดรายวันได้ดังนี้
Dr. อุปกรณ์ 30,000
Cr. เงินสด 30,000
- บริษัทได้จ่ายค่าไฟฟ้า เป็นจำนวน 5,000 บาท ซึ่งการจ่ายค่าไฟฟ้าเป็นค่าใช้จ่าย ทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง รายการดังกล่าวสามารถบันทึกบัญชีในสมุดรายวันได้ดังนี้
Dr. ค่าไฟฟ้า 5,000
Cr. เงินสด 5,000
- บริษัทได้ให้บริการลูกค้า มีรายได้ค่าบริการเป็นจำนวน 10,000 บาท เป็นเงินเชื่อ รายการดังกล่าวสามารถบันทึกบัญชีในสมุดรายวันได้ดังนี้
Dr. ลูกหนี้การค้า 10,000
Cr. รายได้ค่าบริการ 10,000
- บริษัทได้รับเงินเป็นจำนวน 10,000 บาท จากลูกหนี้ รายการดังกล่าวสามารถบันทึกบัญชีในสมุดรายวันได้ดังนี้
Dr. เงินสด 10,000
Cr. ลูกหนี้การค้า 10,000
เรียนรู้เพิ่มเติมจากบทความที่เกี่ยวข้อง : เดบิต เครดิต (Debit Credit) คืออะไร มีวิธีการบันทึกบัญชีอย่างไร?
รายการทั้งหมดสามารถนำมาจัดทำเป็นบัญชีแยกประเภทได้ดังนี้
ในการจัดทำงบทดลอง เราจะเอายอดสุดท้ายในบัญชีแยกประเภทมาสรุปยอดแต่ละบัญชี ดูตัวอย่างดังนี้
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ถ้างบทดลองมียอด “เดบิตเท่ากับเครดิต” แปลว่าทำบัญชีถูกต้อง 100% ใช่หรือไม่?
คำตอบ : ไม่เสมอไปครับ เพราะการที่เดบิตเท่ากับเครดิต เป็นเพียงตัวเลขที่บวกเลขและบันทึกหลักบัญชีคู่ ถูกต้องเท่านั้น แต่ในส่วนอื่นๆนั้นอาจจะมีข้อผิดพลาด เช่น เช่น การลืมบันทึกรายการค้าไปเลยทั้งรายการ การบันทึกผิดบัญชีแต่ดันถูกฝั่ง หรือบันทึกจำนวนเงินผิดแต่ตัวเลขเท่ากันทั้งสองฝั่ง ก็อาจจะเป็นไปได้ครับ
Q2. องค์กรหรือกิจการ จำเป็นต้องจัดทำงบทดลองทุกเดือนหรือไม่?
คำตอบ : ควรจำเป็นจะต้องทำในทุกๆสิ้นเดือนครับ เนื่องจากการจัดทำงบการเงิน เป็นเหมือนเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักบัญชีตรวจสอบความถูกต้องและยังสามารถทำการแก้ไขได้ทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมฐานะการเงินของกิจการในแต่ละเดือนได้ชัดเจน ดีกว่าไปทำรวบที่เดียวภายในสิ้นปีแน่นอนครับ
Q3. หากใช้โปรแกรมบัญชี หรือระบบจัดการธุรกิจ ยังต้องมานั่งทำงบทดลองเองไหม?
คำตอบ : ไม่จำเป็นต้องทำเองครับ หากกิจการมีโปรแกรมบัญชีหรือระบบจัดการธุรกิจ ที่เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่ดีและเป็นระบบ เมื่อมีการบันทึกรายการค้า โปรแกรมจะทำการประมวลผลและออกรายงานงบทดลองให้แบบอัตโนมัติครับ โดยข้อดีการใช้โปรแกรมบัญชี นั้นสามารถช่วยลดเวลาในการทำงานและข้อผิดพลาดจากการบวกเลขอีกด้วย
สรุป
งบทดลอง (Trial balance หรือ TB) เป็นรายงานทางบัญชีที่สรุปยอดสิ้นงวดของแต่ละบัญชี ซึ่งจะสรุปยอดมาจากยอดสุดท้ายในบัญชีแยกประเภท ทำให้ผู้ใช้รายงานทราบว่า ณ จุดเวลาที่เรียกดูรายงานนั้นบริษัทมีสินทรัพย์ และหนี้สิน แต่ละตัวเป็นจำนวนกี่บาท และทำให้ทราบว่าในช่วงเวลานั้นที่เรียกรายงานบริษัทมีรายได้ และค่าใช้จ่ายแต่ละตัวเป็นจำนวนกี่บาท หลังจากได้ข้อมูลออกมาเป็นงบทดลองเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำบัญชีจะสามารถนำข้อมูลไปจัดทำเป็นงบการเงินต่อไป
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับงบทดลอง ติดต่อมาได้ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

