แรงงานต่างด้าวคือใคร และมีขั้นตอนการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างไรให้ถูกกฎหมาย เพื่อไม่ให้โดนบทลงโทษในการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สรุปครบแล้วที่นี้

แรงงานต่างด้าวคือใคร และมีขั้นตอนการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างไรให้ถูกกฎหมาย เพื่อไม่ให้โดนบทลงโทษในการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สรุปครบแล้วที่นี้ by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ติดต่อ Line
icon ดูรีวิวจากลูกค้า

สารบัญ 

    1. ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าวกับชาวต่างชาติต้องรู้อะไรบ้าง?
    2. แรงงานต่างด้าว คือ ใคร?
    3. การทำ MOU ของแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ
    4. แรงงานต่างด้าว MOU มีกี่ประเภท
    5. ทำ MOU แรงงานต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
    6. ขั้นตอนและเอกสารในการจ้างแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย
    7. บทลงโทษถ้าจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
    8. แรงงานต่างด้าว MOU มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง
    9. สรุป

ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าวกับชาวต่างชาติ ต้องรู้อะไรบ้าง

    • การจ้างงานแรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาต ที่ออกโดยกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ที่จะมีใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวให้ตามกฎหมาย ส่วนถ้าเป็นชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทย มีการติดต่อหรือตกลงทำงานกับทางบริษัทด้วยตัวเอง ก็ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ด้วย
    • แรงงานต่างด้าวต้องผ่านการอบรมก่อนทำงานที่ศูนย์แรกรับเข้าทำงาน
    • แรงงานต่างด้าวต้องรายงานตัวทุก 90 วัน โดยสามารถแจ้งล่วงหน้าได้ไม่เกิน 15 วัน หรือแจ้งย้อนหลังได้ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันครบกำหนด
    • แรงงานต่างด้าวต้องผ่านการตรวจสุขภาพภายใน 30 วัน เพื่อนำไปประกอบการขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit ) ซึ่งโรคที่ต้องตรวจ คือ โรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย พิษสุราเรื้อรัง โรคเท้าช้าง ยาเสพติดให้โทษ และโรคซิฟิลิส

แรงงานต่างด้าว คือ ใคร

แรงงานต่างด้าว คือ กลุ่มบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อประกอบอาชีพหรือทำงาน ด้วยการใช้ความรู้ กำลังกาย เพื่อให้ได้รับผลตอบแทน ค่าจ้าง หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยหลักการทางกฎหมายแรงงานต่างด้าว ทุกสัญชาติ ที่จะทำงานในไทยได้อย่างถูกต้อง จะต้องมีเอกสารสำคัญพื้นฐานคือ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แต่สำหรับผู้ประกอบการหรือนายจ้างในไทยที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ใช้ทักษะเฉพาะเบื้องต้นหรือรับจ้างทั่วไป  รัฐบาลไทยได้ทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ หรือ MOU ร่วมกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เพื่อให้การนำเข้าแรงงานกลุ่มนี้เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

การทำ MOU ของแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ

ปัจจุบันการทำ MOU แรงงานต่างด้าวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากธุรกิจและกิจการจำนวนมากในประเทศไทย มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าวมากขึ้น โดยแรงงานต่างด้าว คือประเทศ พม่า  ลาว  กัมพูชา และเวียดนาม ถือว่าเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานของประเทศไทยอย่างมาก เพราะการจ้างงานกับประเทศเพื่อนบ้านช่วยลดต้นทุนแรงงาน และยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักอีกด้วย

แรงงานต่างด้าว MOU มีกี่ประเภท

สำหรับแรงงานต่างด้าว MOU ในประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1.กลุ่มนำเข้าจากต่างประเทศโดยตรง แบ่งตามสัญชาติของแรงงาน

เป็นการนำเข้าแรงงานหน้าใหม่ หรือแรงงานที่ยังอาศัยอยู่ ณ ประเทศต้นทาง คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยที่นายจ้างไทยต้องยื่นเรื่องขอโควตาในไทยก่อน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงส่งรายชื่อไปยังฝั่งประเทศต้นทาง เพื่อทำการคัดเลือก จัดทำหนังสือเดินทาง และส่งตัวเข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2.กลุ่มปรับสถานะในประเทศ

เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เคยพักอาศัยหรือทำงานอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่เป็นกลุ่มที่เข้ามาด้วยมติคณะรัฐมนตรีต่างๆ กลุ่มที่เคยพิสูจน์สัญชาติเดิม หรือกลุ่มที่เอกสารเดิม เช่น บัตรสีชมพู หรือใบอนุญาตเก่า ที่กำลังจะหมดอายุและไม่สามารถต่ออายุในระบบเดิมได้ โดยกรณีนี้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ทำ MOU พิเศษ หรือการเปลี่ยนทางเพื่อปรับสถานะให้กลายเป็นแรงงานระบบ MOU ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถปรับสถานะและอยู่ทำงานต่อในไทยได้สูงสุดถึง 4 ปี (ตามเงื่อนไขและรอบการต่ออายุที่รัฐบาลกำหนดในแต่ละมติ)

ทำ MOU แรงงานต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

เนื่องจากแรงงานต่างด้าวจะสามารถทำงานได้แค่เพียงที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้เท่านั้น ซึ่งในการขอใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวต้องมี 5 คุณสมบัติ ดังนี้

    1. แรงงานต่างด้าว MOU ต้องเป็นคนที่มีพาสปอร์ตและมีวีซ่าทำงานที่ระบุวันหมดอายุชัดเจนเท่านั้น ห้ามจ้างคนเถื่อน หรือคนที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวมาแอบทำงาน
    2. แรงงานต่างด้าวต้องมีความรู้ความสามารถในการทำงาน ตามที่นายจ้างต้องการ ก่อนที่ขอรับใบอนุญาตทำงาน
    3. แรงงานต่างด้าว MOU ต้องไม่เป็นคนวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
    4. แรงงาน MOU ต้องไม่เจ็บป่วยเป็นโรค 6 โรค ข้อห้ามที่กำหนด ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการ โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคติดยาเสพติดให้โทษ และโรคซิฟิลิสระยะที่ 3
    5. ต้องไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองหรือตามกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว ภายในระยะเวลา 1 ปีก่อนวันได้รับใบอนุญาต

ขั้นตอนและเอกสารในการจ้างแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย

1. ยื่นคำขอจ้างแรงงานต่างด้าว

นายจ้างยื่นแบบคำร้องต่อกรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือทำการยื่นเอกสารผ่านเว็บไซต์ eworkpermit.doe.go.thโดยต้องมีเอกสาร คือ

    • แบบ นจ.2
    • หนังสือแต่งตั้ง
    • สัญญาจ้างงาน
    • เอกสารนายจ้างอื่นๆ จะมีเป็น 2 กรณี

กรณีบุคคลธรรมดา

    • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของนายจ้าง
    • แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ พร้อมรูปถ่ายหน้าร้าน/โรงงาน
    • หลักฐานแสดงความจำเป็นในการจ้าง เช่น ทะเบียนพาณิชย์ หรือโฉนดที่ดิน/สัญญาเช่าที่ดินการเกษตร

กรณีนิติบุคคล

    • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 6 เดือน)
    • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
    • ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) หรือ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
    • แผนที่และรูปถ่ายสถานประกอบการที่ชัดเจน

จากนั้นจะมีการพิจารณาคำขอ หากคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว จะมีการทำเรื่องส่งไปยังประเทศต้นทางเพื่อทำการรับสมัคร คัดเลือกแรงงาน ส่งรายชื่อคนต่างด้าว พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางให้แรงงาน และทำสัญญาเพื่อนำเข้าแรงงาน ซึ่งหากได้รายชื่อมาแล้ว กรมการจัดหางานจะส่งบัญชีรายชื่อให้กับนายจ้าง

2.ยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว

นายจ้างจะต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ผ่านระบบ eworkpermit.doe.go.th ด้วยเอกสาร ดังนี้

    • แบบ บต.33 กรณีนายจ้างนำเข้าแรงงานมาเอง
    • บัญชีรายชื่อคนงานต่างด้าวที่นายจ้างได้รับมา
    • รูปถ่าย
    • เอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว
    • หนังสือรับรองการจ้างของผู้ซึ่งเป็นนายจ้าง
    • เอกสารนายจ้างอื่นๆ ใช้เช่นเดียวกับกรณียื่นคำขอจ้างงานแรงงานต่างด้าวข้างต้น

จากนั้น กรมการจัดหางานจะทำการแจ้งสถานทูตประเทศต้นทาง และแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อทำการออกวีซ่า และนายจ้างจะต้องชำระค่าวีซ่า 2,000 บาท

3. การเดินทางเข้ามาของคนต่างด้าว

เมื่อกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้น คนต่างด้าวจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แต่จะต้องมีการแสดงหลักฐานที่จุดผ่านแดนคือ หลักฐานการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร การตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ 2 ปี และหลักฐานการตรวจสุขภาพว่าไม่เป็นบุคคลจริตมีจิตฟั่นเฟือนหรือไม่เป็นโรคตามที่กำหนด และสำเนาสัญญาจ้าง

4. เข้ารับการอบรมและออกใบอนุญาตทำงาน

นายจ้างจะต้องเข้าไปเพิ่มชื่อแรงงานต่างด้าวเพื่อเข้ารับการอบรมที่ศูนย์แรกเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง สามารถนัดเวลาการฝึกอบรมผ่านเว็บไซต์ eworkpermit.doe.go.th โดยแรงงานต่างด้าวจะต้องทำการตรวจสุขภาพล่วงหน้าก่อนและนายจ้างจะต้องทำการแนบเอกสารต่างๆ จากนั้นรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะอนุมัติคำขอเมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติคำขอแล้ว แรงงานจะต้องเดินทางไปที่ศูนย์ตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อจัดทำ E-work Permit เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานเรียบร้อยแล้ว แรงงานสามารถทำงานได้ทันทีตามกฎหมาย

5. แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงาน

นายจ้างจะต้องแจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คนต่างด้าวเข้ารับการอบรม ด้วยแบบ บต.52 ซึ่งสามารถทำได้ผ่าน eworkpermit.doe.go.th พร้อมแนบเอกสารของนายจ้าง จึงจะเป็นการเสร็จสิ้น

บทลงโทษถ้าจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 

โทษของนายจ้าง

ต้องระวางโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อการจ้างแรงงานต่างด้าว 1 คน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี

โทษของลูกจ้าง

หากทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับ 5,000-50,000 บาท เมื่อชำระค่าปรับแล้วจะถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตกลับมาทำงานภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ

แรงงานต่างด้าว MOU มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง

ข้อดีของแรงงาน MOU

    • สามารถตรวจสอบเอกสารและประวัติของลูกจ้างต่างด้าวได้สะดวก
    • เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ
    • ไม่ต้องเสี่ยงรับโทษใดๆจากการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
    • ลดปัญหาการขาดแรงงานในระยะยาว เนื่องจากแรงงานต่างด้าวสามารถอยู่ทำงานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 4 ปี
    • แรงงานจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีสิทธิ์เข้าระบบประกันสังคม และรับการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้อง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างหากแรงงานเจ็บป่วย

ข้อเสียของแรงงาน MOU

    • แรงงานจะไม่สามารถเปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนนายจ้างได้เอง ไม่สามารถลาออกเพื่อย้ายไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ตามใจชอบได้ จะเปลี่ยนนายจ้างได้เฉพาะกรณีจำเป็นที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น นายจ้างเดิมเลิกจ้าง กิจการล้มละลาย หรือนายจ้างทำทารุณกรรมทำผิดกฎหมายแรงงาน
    • มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นค่อนข้างสูง นายจ้างต้องสำรองจ่ายค่าธรรมเนียมราชการ ค่าวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ และค่าบริการจัดหางานล่วงหน้า
    • ใช้ระยะเวลานำเข้าค่อนข้างนานใช้เวลาประมาณ 45-90 วัน ทำให้ไม่สามารถเรียกใช้แรงงานต่างด้าวได้ทันที

สรุป 

แรงงานต่างด้าวถือเป็นกลุ่มที่สำคัญเนื่องจากในปัจจุบันธุรกิจและกิจการจำนวนมากในประเทศไทย มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าวมากขึ้น ทำให้การเตรียมเอกสารและศึกษาขั้นตอนในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้ลดความเสี่ยงในการโดนโทษจากการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายทั้งตัวนายจ้างและแรงงานต่างด้าว

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ เรื่อง แรงงานต่างด้าว สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.