สารบัญ
-
- ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าวกับชาวต่างชาติต้องรู้อะไรบ้าง?
- แรงงานต่างด้าว คือ ใคร?
- การทำ MOU ของแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ
- แรงงานต่างด้าว MOU มีกี่ประเภท
- ทำ MOU แรงงานต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
- ขั้นตอนและเอกสารในการจ้างแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย
- บทลงโทษถ้าจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
- แรงงานต่างด้าว MOU มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง
- สรุป
ก่อนจ้างแรงงานต่างด้าวกับชาวต่างชาติ ต้องรู้อะไรบ้าง?
-
- การจ้างงานแรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาต ที่ออกโดยกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ที่จะมีใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวให้ตามกฎหมาย ส่วนถ้าเป็นชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทย มีการติดต่อหรือตกลงทำงานกับทางบริษัทด้วยตัวเอง ก็ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ด้วย
- แรงงานต่างด้าวต้องผ่านการอบรมก่อนทำงานที่ศูนย์แรกรับเข้าทำงาน
- แรงงานต่างด้าวต้องรายงานตัวทุก 90 วัน โดยสามารถแจ้งล่วงหน้าได้ไม่เกิน 15 วัน หรือแจ้งย้อนหลังได้ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันครบกำหนด
- แรงงานต่างด้าวต้องผ่านการตรวจสุขภาพภายใน 30 วัน เพื่อนำไปประกอบการขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit ) ซึ่งโรคที่ต้องตรวจ คือ โรคเรื้อน วัณโรคระยะอันตราย พิษสุราเรื้อรัง โรคเท้าช้าง ยาเสพติดให้โทษ และโรคซิฟิลิส
แรงงานต่างด้าว คือ ใคร?
แรงงานต่างด้าว คือ กลุ่มบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อประกอบอาชีพหรือทำงาน ด้วยการใช้ความรู้ กำลังกาย เพื่อให้ได้รับผลตอบแทน ค่าจ้าง หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยหลักการทางกฎหมายแรงงานต่างด้าว ทุกสัญชาติ ที่จะทำงานในไทยได้อย่างถูกต้อง จะต้องมีเอกสารสำคัญพื้นฐานคือ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แต่สำหรับผู้ประกอบการหรือนายจ้างในไทยที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ใช้ทักษะเฉพาะเบื้องต้นหรือรับจ้างทั่วไป รัฐบาลไทยได้ทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐ หรือ MOU ร่วมกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม เพื่อให้การนำเข้าแรงงานกลุ่มนี้เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
การทำ MOU ของแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ
ปัจจุบันการทำ MOU แรงงานต่างด้าวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากธุรกิจและกิจการจำนวนมากในประเทศไทย มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าวมากขึ้น โดยแรงงานต่างด้าว คือประเทศ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ถือว่าเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานของประเทศไทยอย่างมาก เพราะการจ้างงานกับประเทศเพื่อนบ้านช่วยลดต้นทุนแรงงาน และยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักอีกด้วย
แรงงานต่างด้าว MOU มีกี่ประเภท
สำหรับแรงงานต่างด้าว MOU ในประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1.กลุ่มนำเข้าจากต่างประเทศโดยตรง แบ่งตามสัญชาติของแรงงาน
เป็นการนำเข้าแรงงานหน้าใหม่ หรือแรงงานที่ยังอาศัยอยู่ ณ ประเทศต้นทาง คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยที่นายจ้างไทยต้องยื่นเรื่องขอโควตาในไทยก่อน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงส่งรายชื่อไปยังฝั่งประเทศต้นทาง เพื่อทำการคัดเลือก จัดทำหนังสือเดินทาง และส่งตัวเข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2.กลุ่มปรับสถานะในประเทศ
เป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เคยพักอาศัยหรือทำงานอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่เป็นกลุ่มที่เข้ามาด้วยมติคณะรัฐมนตรีต่างๆ กลุ่มที่เคยพิสูจน์สัญชาติเดิม หรือกลุ่มที่เอกสารเดิม เช่น บัตรสีชมพู หรือใบอนุญาตเก่า ที่กำลังจะหมดอายุและไม่สามารถต่ออายุในระบบเดิมได้ โดยกรณีนี้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ทำ MOU พิเศษ หรือการเปลี่ยนทางเพื่อปรับสถานะให้กลายเป็นแรงงานระบบ MOU ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถปรับสถานะและอยู่ทำงานต่อในไทยได้สูงสุดถึง 4 ปี (ตามเงื่อนไขและรอบการต่ออายุที่รัฐบาลกำหนดในแต่ละมติ)
ทำ MOU แรงงานต่างด้าว ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
เนื่องจากแรงงานต่างด้าวจะสามารถทำงานได้แค่เพียงที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้เท่านั้น ซึ่งในการขอใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวต้องมี 5 คุณสมบัติ ดังนี้
-
- แรงงานต่างด้าว MOU ต้องเป็นคนที่มีพาสปอร์ตและมีวีซ่าทำงานที่ระบุวันหมดอายุชัดเจนเท่านั้น ห้ามจ้างคนเถื่อน หรือคนที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวมาแอบทำงาน
- แรงงานต่างด้าวต้องมีความรู้ความสามารถในการทำงาน ตามที่นายจ้างต้องการ ก่อนที่ขอรับใบอนุญาตทำงาน
- แรงงานต่างด้าว MOU ต้องไม่เป็นคนวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- แรงงาน MOU ต้องไม่เจ็บป่วยเป็นโรค 6 โรค ข้อห้ามที่กำหนด ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการ โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคติดยาเสพติดให้โทษ และโรคซิฟิลิสระยะที่ 3
- ต้องไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองหรือตามกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว ภายในระยะเวลา 1 ปีก่อนวันได้รับใบอนุญาต
ขั้นตอนและเอกสารในการจ้างแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย
1. ยื่นคำขอจ้างแรงงานต่างด้าว
นายจ้างยื่นแบบคำร้องต่อกรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือทำการยื่นเอกสารผ่านเว็บไซต์ eworkpermit.doe.go.thโดยต้องมีเอกสาร คือ
-
- แบบ นจ.2
- หนังสือแต่งตั้ง
- สัญญาจ้างงาน
- เอกสารนายจ้างอื่นๆ จะมีเป็น 2 กรณี
กรณีบุคคลธรรมดา
-
- สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของนายจ้าง
- แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานประกอบการ พร้อมรูปถ่ายหน้าร้าน/โรงงาน
- หลักฐานแสดงความจำเป็นในการจ้าง เช่น ทะเบียนพาณิชย์ หรือโฉนดที่ดิน/สัญญาเช่าที่ดินการเกษตร
กรณีนิติบุคคล
จากนั้นจะมีการพิจารณาคำขอ หากคำขอได้รับการอนุมัติแล้ว จะมีการทำเรื่องส่งไปยังประเทศต้นทางเพื่อทำการรับสมัคร คัดเลือกแรงงาน ส่งรายชื่อคนต่างด้าว พร้อมสำเนาหนังสือเดินทางให้แรงงาน และทำสัญญาเพื่อนำเข้าแรงงาน ซึ่งหากได้รายชื่อมาแล้ว กรมการจัดหางานจะส่งบัญชีรายชื่อให้กับนายจ้าง
2.ยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว
นายจ้างจะต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ผ่านระบบ eworkpermit.doe.go.th ด้วยเอกสาร ดังนี้
-
- แบบ บต.33 กรณีนายจ้างนำเข้าแรงงานมาเอง
- บัญชีรายชื่อคนงานต่างด้าวที่นายจ้างได้รับมา
- รูปถ่าย
- เอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว
- หนังสือรับรองการจ้างของผู้ซึ่งเป็นนายจ้าง
- เอกสารนายจ้างอื่นๆ ใช้เช่นเดียวกับกรณียื่นคำขอจ้างงานแรงงานต่างด้าวข้างต้น
จากนั้น กรมการจัดหางานจะทำการแจ้งสถานทูตประเทศต้นทาง และแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อทำการออกวีซ่า และนายจ้างจะต้องชำระค่าวีซ่า 2,000 บาท
3. การเดินทางเข้ามาของคนต่างด้าว
เมื่อกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้น คนต่างด้าวจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แต่จะต้องมีการแสดงหลักฐานที่จุดผ่านแดนคือ หลักฐานการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักร การตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ 2 ปี และหลักฐานการตรวจสุขภาพว่าไม่เป็นบุคคลจริตมีจิตฟั่นเฟือนหรือไม่เป็นโรคตามที่กำหนด และสำเนาสัญญาจ้าง
4. เข้ารับการอบรมและออกใบอนุญาตทำงาน
นายจ้างจะต้องเข้าไปเพิ่มชื่อแรงงานต่างด้าวเพื่อเข้ารับการอบรมที่ศูนย์แรกเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง สามารถนัดเวลาการฝึกอบรมผ่านเว็บไซต์ eworkpermit.doe.go.th โดยแรงงานต่างด้าวจะต้องทำการตรวจสุขภาพล่วงหน้าก่อนและนายจ้างจะต้องทำการแนบเอกสารต่างๆ จากนั้นรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะอนุมัติคำขอเมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติคำขอแล้ว แรงงานจะต้องเดินทางไปที่ศูนย์ตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อจัดทำ E-work Permit เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานเรียบร้อยแล้ว แรงงานสามารถทำงานได้ทันทีตามกฎหมาย
5. แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงาน
นายจ้างจะต้องแจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คนต่างด้าวเข้ารับการอบรม ด้วยแบบ บต.52 ซึ่งสามารถทำได้ผ่าน eworkpermit.doe.go.th พร้อมแนบเอกสารของนายจ้าง จึงจะเป็นการเสร็จสิ้น
บทลงโทษถ้าจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
โทษของนายจ้าง
ต้องระวางโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อการจ้างแรงงานต่างด้าว 1 คน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี
โทษของลูกจ้าง
หากทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับ 5,000-50,000 บาท เมื่อชำระค่าปรับแล้วจะถูกส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตกลับมาทำงานภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ
แรงงานต่างด้าว MOU มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง
ข้อดีของแรงงาน MOU
-
- สามารถตรวจสอบเอกสารและประวัติของลูกจ้างต่างด้าวได้สะดวก
- เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ
- ไม่ต้องเสี่ยงรับโทษใดๆจากการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
-
- ลดปัญหาการขาดแรงงานในระยะยาว เนื่องจากแรงงานต่างด้าวสามารถอยู่ทำงานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 4 ปี
- แรงงานจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีสิทธิ์เข้าระบบประกันสังคม และรับการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้อง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างหากแรงงานเจ็บป่วย
ข้อเสียของแรงงาน MOU
-
- แรงงานจะไม่สามารถเปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนนายจ้างได้เอง ไม่สามารถลาออกเพื่อย้ายไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ตามใจชอบได้ จะเปลี่ยนนายจ้างได้เฉพาะกรณีจำเป็นที่กำหนดไว้เท่านั้น เช่น นายจ้างเดิมเลิกจ้าง กิจการล้มละลาย หรือนายจ้างทำทารุณกรรมทำผิดกฎหมายแรงงาน
-
- มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นค่อนข้างสูง นายจ้างต้องสำรองจ่ายค่าธรรมเนียมราชการ ค่าวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ และค่าบริการจัดหางานล่วงหน้า
- ใช้ระยะเวลานำเข้าค่อนข้างนานใช้เวลาประมาณ 45-90 วัน ทำให้ไม่สามารถเรียกใช้แรงงานต่างด้าวได้ทันที
สรุป
แรงงานต่างด้าวถือเป็นกลุ่มที่สำคัญเนื่องจากในปัจจุบันธุรกิจและกิจการจำนวนมากในประเทศไทย มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าวมากขึ้น ทำให้การเตรียมเอกสารและศึกษาขั้นตอนในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยให้ลดความเสี่ยงในการโดนโทษจากการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายทั้งตัวนายจ้างและแรงงานต่างด้าว
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ เรื่อง แรงงานต่างด้าว สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

