สารบัญ
ประกันสังคมคืออะไร
ประกันสังคม คือ ระบบสวัสดิการภาคบังคับของรัฐที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีวิตสำหรับคนทำงาน โดยจะมีการหักเงินจากรายได้ของลูกจ้างร่วมกับนายจ้างและรัฐบาลเข้ากองทุน เพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ประกันตนในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็นในชีวิต
โดยหลักการประกันสังคมจะแบ่งออกเป็น 3 มาตรา คือ
ประกันสังคม ม.33
ประกันสังคม ม.33 คือ ประกันสังคมภาคบังคับที่จัดตั้งขึ้น เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างในบริษัทที่ทำงาน ทั้งบริษัทเอกชน ห้างร้าน หรือรัฐวิสาหกิจ โดยมีเงื่อนไขว่าลูกจ้างต้องมีอายุตั้งแต่ 15 – 60 ปีบริบูรณ์ และต้องทำงานภายใต้สัญญาจ้างกับนายจ้างเมื่อเข้าเกณฑ์นายจ้างจะต้องทำการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้ลูกจ้างทุกคน โดยในปี 2569 ได้มีการปรับฐานประกันสังคมใหม่ โดยฐานเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ทำให้ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบเพิ่มขึ้น สูงสุดเป็น 875 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 5 เหมือนเดิม
สิทธิประกันสังคมมาตรา 33
- สิทธิรักษาพยาบาล : สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตามโรงพยาบาลที่เลือกไว้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่ายา ค่าห้อง ค่าแพทย์ และค่ารักษา
- สิทธิทำฟัน : สามารถใช้สิทธิทำฟันฟรีภายในวงเงิน 900 บาทต่อปี สำหรับการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน หรือผ่าฟันคุด เพียงนำบัตรประชาชนไปยื่นที่โรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม
- ตรวจร่างกายประจำปี : โดยให้สิทธิในการตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองโรค เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดฟรี
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร: สามารถขอรับเงินสงเคราะห์คลอดบุตร 15,000 บาทต่อครั้ง โดยจะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 5 เดือนขึ้นไปภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนคลอด และยังมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน รวมถึงสามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ ไม่เกิน 1,500 บาท จำนวน 5 ครั้ง
- เงินสงเคราะห์บุตร : เงินสงเคราะห์บุตร จะจ่ายให้เดือนละ 1,000 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน ที่มีอายุแรกเกิดจนถึงไม่เกิน 6 ปี และไม่เกิน 3 คนต่อครอบครัว และผู้ประกันจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
- กรณีทุพพลภาพ : สามารถรับเงินทดแทนรายเดือนและค่ารักษาพยาบาลได้ หากเกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยจนทุพพลภาพ โดยที่ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ จะได้รับสิทธิประโยชน์ คือ
-
- เงินทดแทนการขาดรายได้ โดยหากทุพพลภาพรุนแรงจะได้รับเงิน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยตลอดชีวิต แต่หากทุพพลภาพไม่รุนแรงจะได้รับเงิน 30% ของค่าจ้างเป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 เดือน
- ช่วยให้สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกได้ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน และผู้ป่วยในไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน
- กรณีเสียชีวิต: หากจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต ผู้จัดงานศพจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และจะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบของผู้เสียชีวิต ดังนี้
-
- จ่ายเงินสมทบ 36 – 119 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน
- จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน
- ว่างงาน : ผู้ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนในช่วง 15 เดือนก่อนว่างงาน จะได้รับเงินตามสิทธิ โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
-
- กรณีลาออกเอง จะได้รับเงินชดเชย 30% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน
- กรณีนายจ้างเลิกจ้าง จะได้รับเงินชดเชย 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 180 วัน
- กรณีชราภาพ: เงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพ จะเริ่มจ่ายเมื่ออายุครบ 55 ปี โดยจะได้รับเงินสมทบตามเงื่อนไข ดังนี้
-
- เงินบำเหน็จชราภาพจะจ่ายครั้งเดียวเป็นก้อนสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) โดยจะได้รับเงินคืนทั้งหมดที่ตนเองและนายจ้างส่ง
- เงินบำนาญชราภาพจะจ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ ตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป (15 ปีขึ้นไป) จะได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือน
ประกันสังคม ม.39
ม.39 ประกันสังคม คือ ประกันสังคมสำหรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างและอยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 มาก่อน แต่ลาออกจากงานประจำแล้ว และต้องเคยส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน โดยผู้ที่ต้องการรักษาสิทธิ์ความคุ้มครองต่อเนื่องสามารถสมัครได้ภายใน 6 เดือนหลังจากออกจากงาน ซึ่งจะต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาทด้วยตนเอง
สิทธิประกันสังคมมาตรา 39
สิทธิประกันสังคมมาตรา 39 จะมีสิทธิเหมือนประกันสังคมมาตรา 33 ตามรายละเอียดข้างบน แต่จะได้รับการยกเว้นในส่วนของกรณีว่างงาน
ประกันสังคม ม.40
ประกันสังคม ม.40 คือ ประกันสังคมสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบลูกจ้าง ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย อายุระหว่าง 15–60 ปี และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 อยู่ในตอนนั้น โดยจะสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบได้ตามความเหมาะสม คือ เดือนละ 70 บาท 100 บาท หรือ 300 บาท
สิทธิประกันสังคมมาตรา 40
สิทธิประกันสังคมมาตรา 40 สิทธิในการได้รับจะขึ้นอยู่กับการจ่ายเงินสมทบ ดังนี้
-
- ทางเลือกที่ 1 จ่ายเดือนละ 70 บาท ได้สิทธิ์ค่าทดแทนกรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ และกรณีการเสียชีวิต
- ทางเลือกที่ 2 จ่ายเดือนละ 100 บาท ได้สิทธิ์ค่าทดแทนกรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีการเสียชีวิต และเงินบำเหน็จกรณีชราภาพ
- ทางเลือกที่ 3 จ่ายเดือนละ 300 บาท ได้สิทธิ์ค่าทดแทนกรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีการเสียชีวิต เงินบำเหน็จชราภาพ และสิทธิ์เงินสงเคราะห์บุตร
เปรียบเทียบประกันสังคมมีข้อดี-ข้อเสีย อะไร
ข้อดีของประกันสังคม
-
- ค่ารักษาพยาบาลฟรี ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไป โรคเรื้อรัง และทันตกรรม โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า
- ครอบคลุมกรณีสิทธิประโยชน์สำคัญ คือ การเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ว่างงาน และชราภาพ
- มีเงินทดแทนกรณีขาดรายได้ระหว่างลาป่วย ว่างงาน หรือหยุดงานเพื่อคลอดบุตร
- เงินสมทบประกันสังคมที่ถูกหักไปแต่ละเดือน สามารถนำไปใช้ขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
ข้อเสียของประกันสังคม
-
- ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิเท่านั้น หากฉุกเฉินและไปเข้าในโรงพยาบาลต่างพื้นที่ อาจจะต้องสำรองจ่ายและทำเรื่องเบิกคืน
- เนื่องจากเป็นการจัดการระบบรัฐบาลทำให้ต้องรอคิวนาน หรือขั้นตอนการเบิกจ่ายมีความยุ่งยาก และค่อนข้างจะช้า
- ผู้ประกันตนไม่สามารถปรับเปลี่ยนแผนความคุ้มครอง หรือเลือกสัดส่วนการลงทุนเองได้เหมือนการซื้อประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพส่วนตัว
วิธีเช็คสิทธิประกันสังคมด้วยตัวเอง
- เช็คสิทธิผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมที่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
- ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus โดยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus ได้ทั้งระบบ iOS และ Android
- เช็คสิทธิผ่าน LINE Official Account สามารถสอบถามข้อมูลและเช็คสิทธิเบื้องต้นได้ ผ่าน LINEโดยค้นหาและเพิ่มเพื่อนใน LINE โดยพิมพ์ @ssothai
- สอบถามผ่านสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง โดยแจ้งเพียงบัตรประชาชน
- ติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมหรือสถานพยาบาล หากต้องการข้อมูลเอกสารหรือเปลี่ยนโรงพยาบาล สามารถเดินทางไปติดต่อด้วยตัวเองได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำตอบ : หากลาออกจากงานประจำแล้วแนะนำให้ทำการไปขึ้นทะเบียนว่างงานเพื่อรับเงินชดเชยจาก ประกันสังคมมาตรา 33 ก่อนให้ครบก่อนครับ แล้วจากนั้นภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออกแล้วค่อยสมัคร ประกันสังคมมาตรา 39 ครับ
คำตอบ : ในการส่งเงินสมทบในแต่ละมาตรา ระยะเวลาในการส่งที่จะสามารถใช้สิทธิได้ มีดังนี้ครับ
ประกันสังคม มาตรา 33 และ มาตรา 39
-
- กรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และกรณีทุพพลภาพ ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการจะต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน
- กรณีคลอดบุตร ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันคลอด ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน
- กรณีเสียชีวิต ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเสียชีวิตต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน
- กรณีสงเคราะห์บุตร ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิที่จะได้รับเงิน ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
- กรณีชราภาพ ไม่กำหนดจำนวนเดือนขั้นต่ำในการส่งเงิน ส่งกี่เดือนก็ได้เงินคืนเมื่ออายุครบ 55 ปีและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน แต่ถ้าส่งครบ 180 เดือนขึ้นไป จะเปลี่ยนจากบำเหน็จเป็นเงิน บำนาญ
- กรณีว่างงาน เฉพาะ ม.33 เท่านั้น ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงานต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ประกันสังคม มาตรา 40
จะคิดแยกตามสิทธิประโยชน์ในแต่ละทางเลือกของเงินสมทบ
-
- กรณีประสบอันตราย / เจ็บป่วย ภายในระยะเวลา 4 เดือนก่อนเดือนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน สำหรับทุกทางเลือกของเงินสมทบ
-
- กรณีทุพพลภาพ ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนขึ้นไป ภายในระยะเวลา 10-60 เดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ สำหรับทุกทางเลือกของเงินสมทบ
- กรณีเสียชีวิต ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือนก่อนเดือนที่เสียชีวิต ยกเว้นส่งเงินสมทบ300 บาท หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่ง 1 เดือนก็ได้รับสิทธิ
- กรณีชราภาพ หากส่งเงินสมทบ 100 และ 300 บาท จะไม่กำหนดจำนวนเดือนสะสมขั้นต่ำ แต่ถ้าหากส่งเงินสมทบ 70 บาท จะได้ไม่ได้รับสิทธินี้
- กรณีสงเคราะห์บุตร หากส่งเงินสมทบ300 บาท ไม่น้อยกว่า24 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก็สามารถใช้สิทธิได้ แต่ถ้าหากส่งเงินสมทบ 70และ100 บาท จะได้ไม่ได้รับสิทธินี้ ครับ
คำตอบ : หากลาออกเองจะได้รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้าง เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน แต่หาก ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลาไม่เกิน 180 วันครับ
สรุป
ประกันสังคมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นหลักประกันในการดำรงชีวิตสำหรับคนทำงาน ที่ครอบคลุมตั้งแต่พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาลและมีรายได้ทดแทนเมื่อถึงเวลาฉุกเฉินได้
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ เรื่อง ประกันสังคม สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

