สารบัญ
-
- ซื้อรถในนามบริษัทคืออะไร มีความต่างจากการซื้อในนามบุคคลอย่างไร
- ไประเภทรถยนต์ที่นิติบุคคลเลือกซื้อ ส่งผลต่อภาษีที่แตกต่างกัน
- ไขข้อข้องใจ ซื้อรถในนามบริษัทต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการยื่น
- ซื้อรถในนามบริษัทต้องเปิดมากี่ปี จึงจะสามารถยื่นขอสินเชื่อได้
- เจาะลึกเกณฑ์ไฟแนนซ์พิจารณาอนุมัติวงเงิน เพื่อผ่านฉลุยในครั้งเดียว
- ส่องสิทธิประโยชน์ ซื้อรถในนามบริษัทลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง
- ข้อผิดพลาดที่ผู้ประกอบการมักเจอเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ของบริษัท
- วางระบบภาษีรถยนต์นิติบุคคลอย่างมั่นคงกับ Build Me Up Consultant
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการซื้อรถในนามบริษัท
เมื่อธุรกิจเติบโต เจ้าของกิจการมักสงสัยว่าควรซื้อรถในนามบุคคลหรือบริษัทดี ปัจจุบันการซื้อรถในนามบริษัท เป็นทางเลือกยอดนิยมเพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยวางแผนลดหย่อนภาษีได้ค่อนข้างมาก แต่มีอะไรบ้างที่จำเป็นต้องรู้ก่อนดำเนินการ Build Me Up Consultant จะพาไปเจาะลึกทุกเรื่องที่ต้องรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร สิทธิประโยชน์ทางภาษี ไปจนถึงเกณฑ์การอนุมัติของไฟแนนซ์ให้ครบถ้วน
ซื้อรถในนามบริษัทคืออะไร มีความต่างจากการซื้อในนามบุคคลอย่างไร
การซื้อรถในนามบริษัท หรือซื้อในนามนิติบุคคล คือ การที่องค์กรธุรกิจทำหน้าที่เป็นผู้ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์ในยานพาหนะคันนั้น ๆ เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งพนักงาน ขนส่งสินค้า หรือติดต่อคู่ค้าทางธุรกิจ โดยรถยนต์คันนี้จะถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรในงบการเงินของบริษัท
- หากเทียบกับการซื้อในนามบุคคลธรรมดา การตัดสินใจซื้อรถในนามบริษัทจะมีเงื่อนไขและข้อได้เปรียบที่ต่างกันชัดเจน ในนามบุคคลคุณจะได้ความอิสระในการใช้งาน ท่องเที่ยวส่วนตัวเมื่อไหร่ก็ได้ และเบี้ยประกันภัยรายปีมักจะถูกกว่า แต่คุณต้องจ่ายเงินส่วนตัวทั้งหมดโดยไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เลย ในทางตรงกันข้าม การเลือกซื้อในนามนิติบุคคล จะช่วยให้บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวกับรถคันนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทเพื่อลดกำไรสุทธิ ส่งผลให้จ่ายภาษีประจำปีน้อยลงอย่างชัดเจน
ประเภทรถยนต์ที่นิติบุคคลเลือกซื้อ ส่งผลต่อภาษีที่แตกต่างกัน
การซื้อรถยนต์ในนามนิติบุคคลนั้น กรมสรรพากรมีกฎเกณฑ์แยกแยะประเภทรถอย่างเข้มงวด ซึ่งประเภทของรถจะส่งผลต่อการบริหารจัดการภาษีซื้อรถยนต์ และภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยตรง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
- รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง : เช่น รถเก๋ง รถ SUV หรือรถ Eco Car ทั่วไป รถประเภทนี้มีข้อจำกัดทางภาษีสูงมาก กฎหมายกำหนดให้หักค่าเสื่อมราคาได้จากมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาทเท่านั้น หากคุณซื้อรถหรูนำเข้าที่มีราคาแพง และมีภาระภาษีศุลกากรรวมอยู่ด้วย ยอดส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทจะไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ และภาษีซื้อในระบบ VAT ก็ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (ขอคืนไม่ได้)
- รถยนต์นั่งเกิน 10 ที่นั่งและรถเชิงพาณิชย์ : เช่น รถกระบะ 2 ประตู รถกระบะ 4 ประตู รถตู้ หรือรถบรรทุก รถประเภทนี้ไม่มีข้อจำกัดทางภาษี สามารถนำภาษีซื้อมาขอคืนได้เต็มจำนวน และนำมูลค่ารถทั้งหมดมาหักค่าเสื่อมราคาได้ตามจริง
- รถจักรยานยนต์ : สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัทได้เต็มจำนวนเช่นกัน แต่ทางบริษัทต้องมีชื่อเป็นเจ้าของรถชัดเจน และต้องพิสูจน์ได้ว่าใช้เพื่อการวิ่งงานของกิจการจริง
ไขข้อข้องใจ ซื้อรถในนามบริษัทต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการยื่น

เมื่อเลือกประเภทรถที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเตรียมตัวยื่นเอกสาร สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังสงสัยว่าการซื้อรถในนามบริษัท มีเอกสารอะไรบ้างที่จำเป็นต้องใช้ในการทำสัญญาซื้อขายและยื่นขอสินเชื่อ มีเช็กลิสต์สำคัญที่คุณต้องจัดเตรียมดังต่อไปนี้
- หนังสือรับรองบริษัท (คัดสำเนาล่าสุดจาก DBD อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ภ.พ.20 (กรณีที่บริษัทจดเข้าระบบ VAT แล้ว)
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท
- รายงานเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง (Bank Statement) ของบริษัทขั้นต่ำ 6 เดือน
- สำเนางบการเงินประจำปีล่าสุดที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีที่กรรมการไม่ได้เดินทางมาลงนามในสัญญาด้วยตัวเอง)
ซื้อรถในนามบริษัทต้องเปิดมากี่ปี จึงจะสามารถยื่นขอสินเชื่อได้
สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นจดทะเบียนเปิดบริษัทมาใหม่ ๆ อาจจะมีข้อสงสัยว่าการซื้อรถในนามบริษัทต้องเปิดมากี่ปี ถึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอไฟแนนซ์รถยนต์ได้ ตามเกณฑ์ทั่วไปของสถาบันการเงินและบริษัทลิสซิ่งส่วนใหญ่ มักจะพิจารณาว่าควรเปิดดำเนินกิจการมาแล้วอย่างน้อย 1-2 ปีขึ้นไป เนื่องจากไฟแนนซ์ต้องการเห็นงบการเงินที่ส่งผลกำไรหรือรายได้อย่างเป็นทางการอย่างน้อย 1 รอบปีบัญชี เพื่อประเมินความมั่นคงและศักยภาพในการผ่อนชำระหนี้ระยะยาวของบริษัท แต่หากบริษัทเพิ่งเปิดใหม่ไม่ถึงเกณฑ์ ก็ยังพอมีทางออกโดยการให้กรรมการผู้มีอำนาจเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกันส่วนบุคคล หรือเลือกวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น เช่น 25-30% เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทางสถาบันการเงิน
เจาะลึกเกณฑ์ไฟแนนซ์พิจารณาอนุมัติวงเงิน เพื่อผ่านฉลุยในครั้งเดียว
ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อสำหรับนิติบุคคล สถาบันการเงินจะไม่ได้ดูแค่เรื่องระยะเวลาที่เปิดกิจการเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วยเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอ
- กระแสเงินสดหมุนเวียน (Cash Flow) : เงินเข้า-ออกในบัญชีบริษัทต้องมีความสม่ำเสมอและสัมพันธ์กับค่างวดรถ โดยทั่วไปยอดเงินหมุนเวียนควรเป็น 3-5 เท่าของค่างวด
- สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) : งบการเงินของบริษัทต้องแสดงโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสม หากบริษัทมีภาระหนี้สินเก่าสูงเกินไป ไฟแนนซ์อาจประเมินว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้
- ประวัติเครดิตของบริษัทและกรรมการ : สถาบันการเงินจะตรวจสอบรายงานเครดิตบูโรของทั้งตัวนิติบุคคลเอง และประวัติทางการเงินของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม เพื่อดูพฤติกรรมความตั้งใจในการชำระหนี้ในอดีต
ส่องสิทธิประโยชน์ ซื้อรถในนามบริษัทลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง

เหตุผลหลักที่เจ้าของธุรกิจเลือกใช้วิธีนี้คือความคุ้มค่าด้านระบบบัญชี เพราะการ ซื้อรถในนามบริษัทลดหย่อนภาษีได้หลายช่องทาง โดยรูปแบบการทำสัญญามีผลต่อการลงบันทึกรายจ่ายที่แตกต่างกัน ดังนี้
รูปแบบการซื้อรถในนามนิติบุคคล
- ซื้อด้วยเงินสด : หักค่าเสื่อมราคาตามจริง และจำกัดเพดานรถนั่งไม่เกิน 1 ล้านบาท
- เช่าซื้อ/เงินผ่อน : หักค่าเสื่อมราคาบวกกับดอกเบี้ยจ่ายตามงวด
- สัญญาลิสซิ่ง/ผ่อนแบบบอลลูน : ลงบันทึกเป็นค่าเช่ารายเดือน และหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 36,000 บาท/เดือน
การผ่อนแบบลิสซิ่งหรือบอลลูน ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์การซื้อรถในนามบริษัทเพื่อลดหย่อนภาษีได้ดีที่สุดสำหรับรถยนต์นั่งราคาสูง เพราะบริษัทสามารถนำค่าเช่ารายเดือนสูงสุดไม่เกิน 36,000 บาท (ปีละ 432,000 บาท) ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงเพดานราคารถ 1 ล้านบาทเหมือนการซื้อสด
ค่าเสื่อมราคา ค่าน้ำมัน และค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ นำมาหักภาษีได้ไหม
หากธุรกิจของคุณเลือกใช้งานรถเพื่อการพาณิชย์ เช่น รถกระบะหรือรถตู้เกิน 10 ที่นั่ง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าเสื่อมราคา ค่าน้ำมัน ค่าเบี้ยประกันภัย หรือค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้เต็มจำนวน และสามารถนำใบกำกับภาษีมาใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อหักลบภาษีขายได้ 100%
- แต่หากเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง (เช่น รถเก๋งประจำตำแหน่งกรรมการ) สรรพากรจะไม่อนุญาตให้นำภาษีซื้อของค่าน้ำมันหรือค่าซ่อมแซมมาขอคืน (เป็นภาษีซื้อต้องห้าม) อย่างไรก็ตาม คุณยังคงสามารถนำค่าน้ำมันยอดรวม VAT นั้น มาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีเพื่อช่วยลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องระบุเลขทะเบียนรถของบริษัทลงในใบกำกับภาษีให้ชัดเจนเพื่อยืนยันว่าใช้เพื่อกิจการจริง
ข้อผิดพลาดที่ผู้ประกอบการมักเจอเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ของบริษัท
แม้การซื้อรถในนามบริษัทจะให้ผลประโยชน์ด้านภาษีที่ดี แต่ก็มีจุดเสี่ยงสำคัญที่ผู้ประกอบการมักจะพลาดจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ ประการแรกคือการนำรถยนต์ของบริษัทไปใช้ในเรื่องส่วนตัวของกรรมการโดยไม่มีการจัดทำสมุดบันทึกการเดินทาง (Logbook) ยืนยันวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ หากสรรพากรสุ่มตรวจแล้วไม่พบหลักฐาน รายจ่ายเกี่ยวกับรถคันนั้นอาจถูกตีตกและต้องเสียเบี้ยปรับย้อนหลัง ประการต่อมาคือความสับสนเรื่องเอกสารบิลค่าน้ำมันที่พนักงานคีย์ข้อมูลทะเบียนรถผิดพลาด ซึ่งทำให้ใบกำกับภาษีฉบับนั้นใช้ประโยชน์ทางภาษีไม่ได้ทันที
วางระบบภาษีรถยนต์นิติบุคคลอย่างมั่นคงกับ Build Me Up Consultant
จะเห็นได้ว่ากระบวนการซื้อรถในนามบริษัท มีรายละเอียดปลีกย่อยทางกฎหมายและภาษีค่อนข้างซับซ้อน การเลือกประเภทรถยนต์และรูปแบบสัญญาเช่าซื้อที่เหมาะสม จึงต้องอาศัยการวางแผนที่รัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดทางภาษีในอนาคต
Build Me Up Consultant สำนักงานบัญชีดิจิทัล 100% แบบออนไลน์ พร้อมเข้ามาเป็นผู้ช่วยมืออาชีพในการดูแลระบบหลังบ้านให้กับคุณ เราพร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการทำระบบบัญชียานพาหนะ การตรวจสอบเอกสารค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุง ตลอดจนการคำนวณหักค่าเสื่อมราคาอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ของสรรพากร เพื่อให้ธุรกิจของคุณประหยัดค่าใช้จ่ายและเติบโตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง ติดต่อสอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการซื้อรถในนามบริษัท
ซื้อรถในนามบริษัทต้องใช้เอกสารสำคัญอะไรบ้างในการยื่น
หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 3 เดือน), ใบ ภ.พ.20, สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ, Statement ย้อนหลัง 6 เดือน และงบการเงินปีล่าสุด
บริษัทเพิ่งจดจัดตั้งใหม่ไม่ถึง 1 ปี สามารถกู้ซื้อรถได้ไหม
ทำได้ แต่อาจต้องเพิ่มเงินดาวน์สูงขึ้นเป็น 25-30% หรือให้กรรมการบริษัทที่มีฐานะทางการเงินมั่นคงเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกันส่วนบุคคลแทน
รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง สามารถนำภาษีซื้อมาเครดิตได้ไหม
ไม่ได้ ภาษีซื้อของรถยนต์นั่ง (รถเก๋ง/รถ SUV) ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม แต่สามารถนำไปรวมเป็นต้นทุนรถเพื่อหักค่าเสื่อมราคาได้สูงสุด 1 ล้านบาท

