สารบัญ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ สวัสดิการในรูปแบบของกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ โดยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่สมาชิกและครอบครัวในกรณีที่สมาชิกออกจากงานเกษียณอายุ ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ซึ่งลูกจ้างที่สมัครเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะมีหน้าที่จ่ายเงินสะสมโดยหักจากเงินเดือนทุกเดือนตามอัตราที่ลูกจ้างได้เลือกไว้ และในส่วนของนายจ้างจะจ่ายเป็นเงินสมทบเข้ากองทุนให้
องค์ประกอบของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- เงินสะสม ส่วนที่หักจากเงินเดือนพนักงาน
- ผลประโยชน์ของเงินสะสมจากการลงทุนของเงินสะสมในส่วนของสมาชิก
- เงินสมทบ ส่วนที่นายจ้างจ่ายสมทบให้
- ผลประโยชน์ของเงินสมทบจากการลงทุนของเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง
ประโยชน์ในการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำหรับนายจ้าง
- เป็นสวัสดิการระยะยาวที่สร้างความผูกพันกับองค์กรทำให้พนักงานรู้สึกมั่นคง
- ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน โดยสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละราย
- ลดอัตราการลาออกจากงานของลูกจ้าง และสร้างแรงจูงใจให้ลูกจ้างอยากทำงานกับองค์กรนานๆ
- สร้างภาพพจน์ที่ดีต่อนายจ้างว่าเป็นบริษัทที่มั่นคง และมีสวัสดิการที่ดีให้แก่ลูกจ้าง
สำหรับลูกจ้าง
- เป็นการออมเงินจากการหักเงินเดือนทุกเดือน ทำให้ลูกจ้างมีเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายเมื่อถึงวัยเกษียณ
- เป็นหลักประกันแก่ครอบครัว กรณีสมาชิกทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
- ลูกจ้างได้รับเงินสมทบจากนายจ้างในแต่ละเดือนตามอัตราที่ตกลงกันไว้
- เงินที่ลูกจ้างหักสะสมเข้ากองทุน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดร้อยละ 15 ของค่าจ้าง
- เงินกองทุนจะถูกบริหารโดยบริษัทจัดการกองทุน และลูกจ้างสามารถเลือกแผนการ ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เงินตอนไหน
การได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะได้รับเงินด้วยกรณี ดังนี้
- ลาออกจากงาน จะได้รับเงินสะสมและผลตอบแทนส่วนของเงินสะสมทั้งหมด ส่วนเงินสมทบและผลตอบแทนส่วนของเงินสมทบนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเป็นสมาชิกกองทุนและข้อกำหนดของแต่ละกองทุน ซึ่งอาจมีเงื่อนไขต่างกัน
- เกษียณอายุการทำงาน เมื่อครบกำหนดเกษียณอายุตามนโยบายบริษัท จะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหมดทุกบาท
- ทุพพลภาพ หรือ เสียชีวิต ทางทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ได้ระบุไว้ในสัญญา สามารถยื่นเอกสารเพื่อรับเงินได้ทันที
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสมัครยังไง
สำหรับลูกจ้าง
- ติดต่อฝ่ายบุคคล แจ้งความประสงค์ขอสมัครเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อขอรับใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน
- เลือกอัตราเงินสะสม โดยกำหนดเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนที่ต้องการหักออมเข้ากองทุนซึ่งตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท กำหนดได้ตั้งแต่ 2% – 15% ของค่าจ้าง
- เลือกแผนการลงทุน หากบริษัทใช้กองทุนที่มีหลายนโยบาย ให้เลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ระบุผู้รับผลประโยชน์ โดยกรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล และสัดส่วนส่วนแบ่งของผู้รับผลประโยชน์ กรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด
- นำเอกสารส่งให้ฝ่ายบุคคลและเมื่อเอกสารได้รับการอนุมัติ บริษัทจะเริ่มหักเงินสะสมจากเงินเดือนในรอบถัดไป พร้อมจ่ายเงินสมทบจากนายจ้างเข้ากองทุนให้ตามเงื่อนไข
สำหรับนายจ้าง
- จัดตั้งคณะกรรมการกองทุน และคัดเลือกตัวแทนฝ่ายนายจ้างและตัวแทนฝ่ายลูกจ้างเพื่อร่วมกันบริหารจัดการกองทุนภายใน
- เลือกบริษัทจัดการกองทุน โดยติดต่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเพื่อเลือกรูปแบบกองทุน และร่วมกันกำหนดเงื่อนไขและนโยบายขององค์กร
- บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะเป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนเป็นนิติบุคคลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อแยกทรัพย์สินของกองทุนออกจากทรัพย์สินของบริษัทอย่างเด็ดขาด
วิธีคิดเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
วิธีคิดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนพื้นฐาน
สูตรการคำนวณ เงินเดือนพื้นฐาน x อัตราเปอร์เซ็นต์ (%) ที่กำหนด = จำนวนเงินเข้ากองทุนในแต่ละเดือน
ตัวอย่างการคำนวณ
พนักงานมีเงินเดือนพื้นฐาน 30,000 บาท ตกลงหักเงินสะสมเข้ากองทุนที่ 5% และบริษัทจ่ายเงินสมทบให้ที่ 5%
วิธีคิด
- เงินสะสมที่พนักงานจ่าย 30,000 x 5% = 1,500 บาท
จำนวนเงินนี้จะถูกหักออกจากบัญชีเงินเดือนทุกเดือนคือ 1,500 บาท
- เงินสมทบที่บริษัทจ่าย 30,000 x 5% = 1,500 บาท
บริษัทจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพิ่มให้ คือ 1,500 บาท
รวมเงินเข้ากองทุนต่อเดือน 1,500 + 1,500 = 3,000 บาท
วิธีเช็กยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ช่องทางที่ 1 เช็กผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนของแต่ละบริษัท เนื่องจากแต่ละบริษัทเลือกใช้บริการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่แตกต่างกัน
ช่องทางที่ 2 รอรับใบแจ้งยอดเงินประจำปี ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จะส่งใบแจ้งยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มาให้ปีละ 2 ครั้ง โดยจะส่งให้ในรูปแบบกระดาษผ่านทางฝ่ายบุคคลหรือส่งเข้าอีเมลส่วนตัว
ช่องทางที่ 3: สอบถามโดยตรงกับฝ่ายบุคคลเพื่อขอรหัสผ่านเบื้องต้น หรือขอให้ออกเอกสารสรุปยอดเงินปัจจุบันให้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลาออกได้เงินเท่าไร?
คำตอบ : ในส่วนของการลาออกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ครับ
- เงินสะสมที่หักจากเงินเดือนพนักงานในส่วนนี้พนักงานจะได้รับคืน 100% ครับไม่ว่าจะทำงานมานานแค่ไหนก็ตาม
- เงินสมทบที่นายจ้างเป็นคนจ่ายสมทบเข้ามาในส่วนนี้พนักงานจะได้คืนตามเงื่อนไขของอายุการทำงาน ที่ระบุไว้ในข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัทครับ
Q2. เงินที่เราใส่เข้าไปในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
คำตอบ : เงินสะสมที่ลูกจ้างนำส่งเข้า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำไปใช้เป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างตลอดทั้งปี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณประเภทอื่นๆ แล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
Q3. ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ก่อนแล้ว จำเป็นไหมที่ต้องเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างด้วย?
คำตอบ : ในส่วนของการที่บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว จะขึ้นอยู่กับพนักงานครับ ถ้าหากพนักงานสนใจที่จะสมัครเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างครับ แต่ถ้าหากว่าพนักงานไม่ได้สมัครเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายจ้างจะต้องนำพนักงานที่ไม่ได้เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมายครับ
สรุป
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นสิ่งที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ เพื่อเป็นสวัสดิการระยะยาวและส่งเสริมการออมเงินให้แก่พนักงานในช่วงเกษียณอายุ ออกจากงาน หรือทุพพลภาพ ซึ่งการมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีประโยชน์ต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

