ดอกเบี้ยจ่ายเปรียบเสมือนดาบสองคม ในแง่หนึ่งมันช่วยลดภาษีและสร้างพลังทวีในการเติบโตจากการกู้ยืม แต่อีกแง่หนึ่งมันคือภาระผูกพันที่ต้องจ่ายไม่ว่าธุรกิจจะมีรายได้หรือไม่ การวิเคราะห์ดอกเบี้ยจ่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารกระแสเงินสดให้ยั่งยืนนั่นเอง
หากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด เกี่ยวกับ ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold หรือ COGS) เราอาจจะต้องเข้าใจต้นทุนสินค้าคงเหลือก่อน
ต้นทุนสินค้าคงเหลือ คือ ต้นทุนทั้งหมดที่จ่ายไปเพื่อให้ได้สินค้าชิ้นนั้นมาพร้อมขาย เช่น ต้นทุนค่าสินค้า ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งสินค้าคงเหลือ นี้จะถูกจัดประเภทอยู่ในบัญชี สินค้าคงเหลือ ใน งบฐานะการเงิน ต่อมาเมื่อสินค้าคงเหลือนี้ได้ถูกขายออกไป สินค้าคงเหลือ ดังกล่าวจะถูกตัดออกเป็นค่าใช้จ่าย และจัดประเภทเป็น ต้นทุนขาย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในงบกำไรขาดทุน
เจ้าหนี้การค้า (Accounts payable หรือย่อสั้นๆว่า AP) คือ เงินค่าสินค้าหรือค่าบริการที่บริษัทค้างจ่ายซัพพลายเออร์หรือผู้ขาย จากการที่บริษัทซื้อสินค้าหรือบริการมาแบบเงินเชื่อ โดยมีข้อตกลงว่าจะชำระคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 30 วัน, 60 วัน หรือที่เรียกว่า “เครดิตเทอม” (Credit Term) ยกตัวอย่างเช่น ณ วันที่ 1 มกราคม บริษัทได้สั่งซื้อสินค้าในราคา 50,000 บาท โดยได้รับสินค้าในวันที่ 10 มกราคม ดังนั้นในวันที่ได้รับสินค้าวันที่ 10 มกราคม บริษัทจะต้องบันทึกรับรู้เจ้าหนี้การค้าจำนวน 50,000 บาท
การเก็บชั่วโมง CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development หมายถึง การพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพมีความรู้ที่ทันสมัยและเพิ่มพูนทักษะอยู่เสมอ ทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในวิชาชีพบัญชี นั่นคือ ผู้ทำบัญชี หรือ ผู้สอบบัญชี ในประเทศไทย ก็ต้องมีการอบรมเก็บชั่วโมง cpd เป็นประจำทุกปี ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย จึงจะสามารถต่ออายุใบอนุญาตของผู้ทำบัญชี และ ผู้สอบบัญชี ประจำปีได้
เงินเบิกเกินบัญชี (Bank overdraft หรือเรียกสั้นๆว่า OD) คือ สินเชื่อระยะสั้นที่ให้คุณสามารถเบิกใช้เงินได้เกินกว่ายอดเงินที่มีในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ได้ตามวงเงินที่ธนาคารกำหนด เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ หรือใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนเกินที่เบิกใช้ และเมื่อนำเงินเข้าบัญชีและไม่มีเงินเบิกเกินบัญชี ก็หยุดคิดดอกเบี้ยทันที
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน คือ อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน หรืออาคาร หรือส่วนของอาคาร (ส่วนควบอาคาร) หรือทั้งที่ดินและอาคาร) ที่ถือครองโดยเจ้าของหรือโดยผู้เช่าภายใต้สัญญาเช่า เงินทุน เพื่อหาประโยชน์จากรายได้ค่าเช่า หรือจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าของสินทรัพย์หรือทั้งสองอย่าง
อย่างไรก็ตามหากเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการผลิตหรือจัดหาสินค้าหรือให้บริการ หรือใช้ในการ บริหารงานของกิจการ หรือขายตามลักษณะการประกอบธุรกิจตามปกติจะถือเป็นที่ดิน ที่อยู่ในบัญชี ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ไม่ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนเป็นสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญต่องบการเงิน แต่หลายๆท่านอาจจะยังสงสัยว่าสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนจะมาอยู่ในงบการเงินได้อย่างไรเพราะมันไม่สามารถจับต้องได้ วันนี้ทาง Build Me Up Consultant (BMU) จะมาไขข้อสงสัยให้ฟังกัน
ทะเบียนทรัพย์สิน คือ รายงานที่แสดงรายละเอียดสินทรัพย์ถาวรที่กิจการมีไว้ในครอบครองและใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งโดยปกติแล้วในทะเบียนทรัพย์สินจะมีแต่ สินทรัพย์ถาวร (ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์) ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 1 ปี หากเป็นสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร เช่น เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ จะถือเป็นบัญชีในสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ถาวรและไม่อยู่ในทะเบียนทรัพย์สิน
ค่าเสื่อมราคาเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนในทรัพย์สินถาวรเป็นอย่างสูง ค่าเสื่อมราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ตามคำจำกัดความของหลักบัญชี ค่าเสื่อมราคาจะเป็นมูลค่าเสื่อมสภาพของอาคารและอุปกรณ์ ที่จะต้องปันส่วนเป็นค่าเสื่อมราคาอย่างเป็นระบบตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์
การเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นก้าวสำคัญที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ หนึ่งในคำถามแรกที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้คือ ธุรกิจคืออะไร มีกี่ประเภท และควรเลือกรูปแบบไหนให้เหมาะกับกิจการของตนเอง วันนี้ Build Me Up Consultant จะมาเจาะลึกประเภทของธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อให้คุณเข้าใจความแตกต่างและตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ใช่ได้อย่างมั่นใจ ธุรกิจคืออะไร รู้จัก 2 มุมมองหลักในการแบ่งประเภทธุรกิจ ธุรกิจ คือ การดำเนินกิจกรรมเพื่อผลิตสินค้าหรือให้บริการโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไร ซึ่งการจะตอบคำถามว่าธุรกิจมีกี่ประเภทนั้น สามารถแบ่งได้จากหลายมุมมอง แต่มุมมองหลักที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและมีความสำคัญต่อการดำเนินงานและกฎหมายมี 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ รูปแบบการจดทะเบียนทางกฎหมาย : เน้นสถานะทางกฎหมาย ความรับผิดชอบในหนี้สิน และโครงสร้างความเป็นเจ้าของ ลักษณะการดำเนินงาน : เน้นกิจกรรมหลักในการสร้างรายได้ ว่าเป็นการขายบริการ ขายสินค้า หรือผลิตสินค้า ประเภทธุรกิจตาม “รูปแบบการจดทะเบียนทางกฎหมาย” การเลือกรูปแบบจดทะเบียนบริษัทคือการกำหนดสถานะทางกฎหมายของกิจการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความรับผิดชอบในหนี้สิน การเสียภาษี และความน่าเชื่อถือ การทำความเข้าใจว่านิติบุคคลมีกี่ประเภทจึงช่วยให้คุณเลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยรูปแบบที่พบบ่อยในไทย มีดังนี้ กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship) เป็นประเภทธุรกิจที่เข้าใจง่ายที่สุด เพราะมีเจ้าของและผู้ลงทุนเพียงคนเดียว การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่เจ้าของซึ่งต้องรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการแบบไม่จำกัดจำนวน กำไรทั้งหมดเป็นของเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ความเสี่ยงต่ำ เช่น[…]










