การสิ้นสุดวาระการจ้างงานหรือการเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่ในสายอาชีพ เป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจ สิ่งสำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องต้องจัดการให้เรียบร้อยคือเอกสารยืนยันประวัติการทำงานเพื่อประโยชน์ในระยะยาว วันนี้ Build Me Up Consultant จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำงาน เพื่อให้ทั้งฝั่งผู้ประกอบการ และผู้ปฏิบัติงานเข้าใจสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายอย่างถูกต้องและชัดเจนที่สุด 8 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำงานเมื่อลาออก หนังสือรับรองการทำงานเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และมีผลต่อความน่าเชื่อถือในวิชาชีพ การทำความเข้าใจองค์ประกอบและเงื่อนไขต่าง ๆ จะช่วยลดข้อพิพาทและสร้างมาตรฐานที่ดีในการทำงานร่วมกัน และนี่คือ 8 ประเด็นสำคัญที่ควรรู้เพื่อให้การจัดเตรียม และการเรียกใช้เอกสารเป็นไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติในการทำงาน 1. ใบรับรองการทำงานคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่ออาชีพ ใบรับรองการทำงาน คือ เอกสารทางการที่นายจ้างออกเพื่อยืนยันสถานะการจ้างงาน ตำแหน่ง และระยะเวลาการทำงานจริง เอกสารนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิสูจน์ทักษะและประสบการณ์ตามที่ระบุไว้ในประวัติย่อ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ว่าจ้างรายใหม่ว่าบุคคลนั้น มีความชำนาญในสายงานจริงตามที่กล่าวอ้าง ถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการตรวจสอบประวัติการทำงาน ที่ช่วยให้การบริหารทรัพยากรบุคคลมีความโปร่งใส 2. ประโยชน์ของใบผ่านงานต่อความก้าวหน้าและการย้ายงานใหม่ ใบผ่านงานทำหน้าที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการพิจารณาตำแหน่งงานใหม่ และการปรับฐานรายได้ให้สอดคล้องกับประสบการณ์เดิม นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมั่นคงและความต่อเนื่องในวิชาชีพ ช่วยลดระยะเวลาในกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านงานมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการได้รับข้อเสนอที่ตรงใจ ภายใต้ประวัติการทำงานที่มีความชัดเจน ตรวจสอบได้ และได้รับความรับรองจากองค์กรต้นสังกัดเดิม 3. องค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีในหนังสือรับรองการทำงานที่ถูกต้อง องค์ประกอบที่สมบูรณ์ของหนังสือรับรองการทำงาน ควรจะต้องระบุชื่อ-นามสกุลของผู้ถูกรับรอง ชื่อบริษัท ตำแหน่งงานล่าสุด วันเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำงาน รวมถึงลายมือชื่อผู้มีอำนาจและตราประทับบริษัทเพื่อยืนยันความถูกต้อง ข้อมูลเหล่านี้ต้องมีความแม่นยำตามฐานข้อมูลจริง[…]
ในโลกธุรกิจที่ข้อมูลมีค่ามหาศาล การปกป้องไอเดีย กลยุทธ์ หรือความลับทางการค้าจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการมองข้ามไม่ได้ เพราะหากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหลออกไปสู่คู่แข่งเพียงนิดเดียว ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด วันนี้ Build Me Up Consultant จะพาไปทำความเข้าใจกันกว่า NDA คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับองค์กรธุรกิจอย่างมาก NDA คืออะไร ทำความรู้จักสัญญารักษาความลับฉบับเข้าใจง่าย NDA (Non-Disclosure Agreement) คือ สัญญารักษาความลับ เป็นข้อตกลงทางกฎหมายที่ทำขึ้นระหว่างคู่สัญญาตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป เพื่อกำหนดว่าข้อมูลส่วนไหนเป็นความลับ และห้ามนำไปเปิดเผยให้คนภายนอกรับรู้ เป็นการสร้างขอบเขตความปลอดภัยให้กับข้อมูลสำคัญก่อนจะเริ่มทำกิจกรรมทางธุรกิจร่วมกัน ประเภทของสัญญา NDA ที่พบบ่อยในแวดวงธุรกิจ สัญญาป้องกันความลับนั้นไม่ได้มีรูปแบบเดียวเสมอไป แต่จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะความสัมพันธ์ของคู่สัญญา ซึ่งส่วนใหญ่มักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้ สัญญาแบบฝ่ายเดียว (Unilateral NDA) : เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุด คือมีฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของความลับและเปิดเผยข้อมูลให้อีกฝ่ายทราบ โดยผู้รับข้อมูลมีหน้าที่ต้องรักษาความลับนั้นไว้ เช่น การที่บริษัทจ้างพนักงานใหม่ หรือการจ้างฟรีแลนซ์มาทำงานชิ้นพิเศษให้ สัญญาแบบสองฝ่าย (Bilateral NDA) : รูปแบบนี้มักใช้ในการร่วมมือกันระหว่างสององค์กร หรือการเจรจาควบรวมกิจการ (M&A) ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างต้องแลกเปลี่ยนความลับของกันและกัน เพื่อให้โครงการเดินหน้าไปได้[…]
การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ใช่เพียงแค่การมองหาตัวเลขยอดขายที่พุ่งทะยานเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนลมหายใจของกิจการคือ “กระแสเงินสด” หรือ Cash Flow หากขายของได้ดีแต่เงินยังไม่เข้าบัญชี ธุรกิจก็อาจติดขัดจนเสียโอกาสได้ วันนี้ Build Me Up Consultant จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า Credit Term คืออะไร เพื่อให้คุณบริหารจัดการสภาพคล่องได้อย่างแม่นยำและมั่นใจในทุกดีลธุรกิจ Credit Term คืออะไร Credit Term คือ ระยะเวลาที่ผู้ขายอนุญาตให้ผู้ซื้อชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการได้ในภายหลัง แทนการจ่ายเงินสดทันที ณ วันที่ได้รับของ ถือเป็นการให้สินเชื่อระยะสั้นในเชิงพาณิชย์เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง โดยจะมีข้อกำหนดวันที่ต้องชำระเงินคืนอย่างชัดเจนระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ เช่น 30 วัน หรือ 60 วัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดและรักษาสมดุลทางการเงินได้อย่างมืออาชีพ ทำไมเครดิตเทอมถึงสำคัญต่อสภาพคล่องและกระแสเงินสด การรักษาสภาพคล่องเป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพราะต่อให้มีกำไรในงบการเงินสูงแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีเงินสดเหลือพอจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าจ้างพนักงาน ธุรกิจก็พังได้ ซึ่งเครดิตเทอมเข้ามามีบทบาทสำคัญ ดังนี้ ช่วยบริหารวงจรเงินสด : เครดิตเทอมที่เหมาะสมช่วยให้ธุรกิจมีช่วงเวลาในการเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสดก่อนที่จะถึงกำหนดจ่ายหนี้ ลดภาระการกู้ยืม : หากจัดการเครดิตเทอมได้ดี คุณอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้ธนาคารที่มีดอกเบี้ยสูงเพื่อมาหมุนเวียนในกิจการ เพิ่มโอกาสในการขยายงาน[…]
การเริ่มต้นจดทะเบียนนิติบุคคลไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ต่างก็มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แม้ในวันที่สถานการณ์ทางธุรกิจอาจจะยังไม่เป็นไปตามเป้า หรือยังไม่ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการจนทำให้กิจการไม่มีรายได้ แต่หน้าที่ในการรายงานฐานะทางการเงินยังคงอยู่ วันนี้ Build Me Up Consultant จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการจัดการบัญชีในสภาวะที่ธุรกิจหยุดนิ่ง เพื่อให้คุณดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้อง และไม่ต้องกังวลกับค่าปรับที่อาจตามมาในภายหลัง ปิดงบเปล่า คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับธุรกิจ ปิดงบเปล่า คือ การจัดทำงบการเงินประจำปีของนิติบุคคลที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีใด ๆ ตลอดรอบปีบัญชีที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสถานะ “คงอยู่” ของนิติบุคคลไว้ตามกฎหมาย เพื่อยืนยันต่อหน่วยงานรัฐว่ากิจการยังไม่ได้ปิดตัวลง เพียงแค่ยังไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจเกิดขึ้นเท่านั้น ทำไมกิจการไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นปิดงบเปล่า หลายครั้งที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจผิดว่า เมื่อกิจการไม่มีรายได้ หรือยังไม่ได้เปิดบิลขายของเลยแม้แต่ใบเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องทำบัญชีหรือยื่นเอกสารใด ๆ ให้ยุ่งยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลทุกแห่งต้องรายงานสถานะทางการเงินทุกปี หากคุณละเลยขั้นตอนนี้ไป ธุรกิจของคุณอาจถูกมองว่าจงใจหลีกเลี่ยงหน้าที่ และนำไปสู่ปัญหาที่ยุ่งยากในอนาคตได้ โดยเหตุผลที่ต้องยื่น มีดังนี้ รักษาสถานะนิติบุคคลตามกฎหมาย : เพื่อให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเห็นว่ากิจการยังดำเนินอยู่ ไม่ใช่บริษัทร้าง ป้องกันค่าปรับอาญา : การไม่ยื่นงบตามกำหนดมีโทษปรับทั้งตัวบริษัทและกรรมการผู้จัดการ สร้างความโปร่งใส : แสดงความรับผิดชอบต่อหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร ความสะดวกในการขอสินเชื่อ : หากในอนาคตต้องการกลับมาดำเนินธุรกิจ ประวัติการยื่นงบที่สม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ[…]
การทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงอย่างการซื้อที่ดิน อาคารพาณิชย์ หรือรถยนต์ในการทำธุรกิจ การพกเงินสดจำนวนมากย่อมสร้างความกังวลใจและมีความเสี่ยงไม่น้อย ในขณะที่การโอนผ่านแอปพลิเคชันอาจมีข้อจำกัดเรื่องวงเงิน วันนี้ Build Me Up Consultant จะพาคุณไปทำความรู้จักกับแคชเชียร์เช็ค เครื่องมือทางการเงินที่มีความปลอดภัยสูงและเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อให้คุณเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องและมั่นใจในทุกการเจรจาธุรกิจ แคชเชียร์เช็ค คืออะไร แคชเชียร์เช็ค (Cashier’s Check) คือ เช็คที่ออกโดยธนาคารโดยตรง โดยธนาคารจะทำการหักเงินจากบัญชีของผู้ซื้อเช็คทันที หรือรับเงินสดจากผู้ซื้อเพื่อนำไปสำรองไว้สำหรับการจ่ายเงินตามยอดที่ระบุในเช็คฉบับนั้น ทำให้ผู้รับเงินมั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินแน่นอน เพราะธนาคารเป็นผู้การันตีการสั่งจ่ายเงินเองทั้งหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินในบัญชีของผู้ซื้อจะไม่พอจ่าย จุดเด่นของแคชเชียร์เช็คที่ให้มากกว่า การเลือกใช้แคชเชียร์เช็คมีข้อดีหลายด้าน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการยุคใหม่ที่เน้นความชัวร์และความเป็นมืออาชีพในการทำงาน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่อาจจะยังไม่เคยทำธุรกิจร่วมกันมาก่อน ได้แก่ ความปลอดภัยสูง : ลดความเสี่ยงจากการพกพาเงินสดจำนวนมากซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกโจรกรรม หมดปัญหาเช็คเด้ง : เนื่องจากธนาคารตัดเงินมาสำรองไว้ตั้งแต่วันที่ออกเช็ค ผู้รับจึงมั่นใจได้ว่ามีเงินรองรับ 100% สร้างภาพลักษณ์ที่ดี : การใช้เช็คที่ออกโดยธนาคารแสดงถึงความพร้อมทางการเงินและความเป็นมืออาชีพของธุรกิจ มีหลักฐานชัดเจน : กระบวนการออกเช็คจะมีใบเสร็จและต้นขั้วจากธนาคาร ใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำบัญชีได้ง่าย ค่าธรรมเนียมถูก : โดยทั่วไปมีค่าธรรมเนียมในการออกเพียงฉบับละ 20 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมข้ามเขตถ้ามี) ความต่างที่สำคัญระหว่างแคชเชียร์เช็ค และเช็คทั่วไปคืออะไร […]
การทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีเครือข่ายหรือบริษัทในเครือ มีประเด็นทางภาษีหนึ่งที่ทางกรมสรรพากรให้ความสำคัญมากนั่นคือเรื่อง “Transfer Pricing” หรือการกำหนดราคาโอน ซึ่งนำมาสู่หน้าที่ในการยื่นรายงานที่เรียกว่า Disclosure Form นั่นเอง วันนี้ Build Me Up Consultant สำนักงานบัญชีดิจิทัล จะมาสรุปข้อมูลสำคัญเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการถูกปรับ ทำความรู้จัก Disclosure Form คืออะไร ทำไมสำคัญกับนิติบุคคล Disclosure Form คือ แบบรายงานประจำปีสำหรับนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามประมวลรัษฎากร เพื่อแจ้งให้กรมสรรพากรทราบถึงความสัมพันธ์และมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทในเครือ รายงานฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไรเพื่อเลี่ยงภาษีหรือไม่ หากนิติบุคคลที่มีเกณฑ์ถึงกำหนดแต่ละเลยการยื่น Disclosure Form จะมีบทลงโทษที่รุนแรงและค่าปรับที่ค่อนข้างสูง ใครมีหน้าที่ยื่นแบบรายงาน Disclosure Form ประจำปี ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะต้องยื่นแบบรายงานตัวนี้ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขเฉพาะนิติบุคคลที่มี “ความสัมพันธ์กัน” และมี “รายได้เกินเกณฑ์” เท่านั้น หากบริษัทของคุณดำเนินธุรกิจอิสระเพียงลำพัง ไม่มีการถือหุ้นในบริษัทอื่น หรือไม่มีบริษัทอื่นมาถือหุ้นเกินครึ่ง ก็มักจะไม่อยู่ในข่ายที่ต้องทำ Disclosure Form แต่สำหรับบริษัทที่มีบริษัทแม่ บริษัทลูก[…]
ในการทำธุรกิจ หลายคนมักโฟกัสไปที่ยอดขายหรือกำไรสุทธิเป็นหลัก แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางธุรกิจขายดีแต่กลับไม่มีเงินหมุน หรือบางบริษัทดูเหมือนมีทรัพย์สินเยอะแต่กลับขาดสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการ คำตอบของปัญหานี้มักซ่อนอยู่ในงบฐานะการเงิน ในหมวดที่เรียกว่า “สินทรัพย์หมุนเวียน” วันนี้ Build Me Up Consultant จะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปทำความเข้าใจว่าสินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร มีกี่ประเภท สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ทำไมเป็นเรื่องบัญชีต้องรู้ สินทรัพย์หมุนเวียน คือสินทรัพย์ที่กิจการถือครอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งาน หรือคาดว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็น “เงินสด” ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี หรือภายในรอบระยะเวลาการดำเนินงานปกติของธุรกิจ (Operating Cycle) ความสำคัญของสินทรัพย์หมุนเวียน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขในบัญชี แต่เป็นดัชนีชี้วัด “สภาพคล่อง” (Liquidity) ของกิจการโดยตรง หากบริษัทมีสินทรัพย์กลุ่มนี้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ย่อมหมายถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นและการดำเนินงานที่ลื่นไหล ไม่ต้องคอยวิ่งกู้ยืมเงินมาหมุนเวียนรายวัน สินทรัพย์หมุนเวียน มีอะไรบ้าง รู้จัก 7 ประเภทที่พบบ่อย เมื่อเข้าใจความหมายแล้ว ผู้ประกอบการหลายท่านอาจสงสัยต่อว่า แล้วรายการไหนบ้างที่นับเป็นสินทรัพย์ประเภทนี้? ในทางบัญชี รายการเหล่านี้จะถูกเรียงลำดับตาม “สภาพคล่อง” หรือความง่ายในการเปลี่ยนเป็นเงินสด จากมากไปหาน้อย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูกันครับว่า สินทรัพย์หมุนเวียน[…]
ในโลกธุรกิจยุคไร้พรมแดน การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าสินค้านำเข้า หรือการรับชำระเงินจากลูกค้าต่างชาติ แต่สิ่งที่มักสร้างความสับสนและเป็นอุปสรรคคือ “ข้อมูลการโอนเงิน” โดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะทางอย่างรหัส Swift Code ซึ่งเปรียบเสมือนรหัสไปรษณีย์ของโลกการเงิน หากระบุผิดพลาด เงินอาจไปไม่ถึงปลายทาง ในบทความนี้ Build Me Up Consultant จะพาไปทำความเข้าใจว่ารหัส Swift Code คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับธุรกิจของคุณครับ รหัส Swift Code คืออะไร รหัส Swift Code คือรหัสระบุตัวตนของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ใช้ในระบบสากล ย่อมาจาก “Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication” ซึ่งเป็นสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก รหัสนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นมาตรฐานกลางในการสื่อสารและทำธุรกรรมโอนเงินระหว่างประเทศ ให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เมื่อคุณต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ หรือรับเงินจากต่างประเทศ ธนาคารจำเป็นต้องใช้รหัส Swift Code เพื่อระบุว่าเงินก้อนนี้ต้องส่งไปที่ธนาคารไหน สาขาใด และประเทศอะไรนั่นเอง เจาะลึกโครงสร้างรหัส Swift Code ประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยปกติแล้ว[…]
ในการดำเนินธุรกิจ การบันทึกค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องตามรอบบัญชีถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อตัวเลขกำไรขาดทุน และหนึ่งในรายการบัญชีที่มักสร้างความสับสนให้ผู้ประกอบการคือ Accrued Expense หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ซึ่งเป็นรายการที่ต้อง “ปรับปรุง” ณ วันสิ้นงวดเสมอ วันนี้ Build Me Up Consultant สำนักงานบัญชีดิจิทัลครบวงจร จะมาเจาะลึกว่า Accrued Expense คืออะไร และมีความสำคัญต่อการปิดงบการเงิน และการวางแผนภาษีของคุณอย่างไรบ้าง Accrued Expense คืออะไร หลักการสำคัญของค่าใช้จ่ายค้างจ่าย Accrued Expense คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในรอบบัญชีปัจจุบัน กิจการได้รับประโยชน์จากสินค้าหรือบริการนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระเงินสดออกไป และมักจะยังไม่ได้รับใบแจ้งหนี้ (Invoice) จึงต้องมีการบันทึกบัญชีเพื่อตั้งเป็นค่าใช้จ่ายค้างจ่ายไว้ นี่คือหลักการบัญชี “เกณฑ์คงค้าง” (Accrual Basis) ที่ทำให้งบการเงินสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริง แม้กระแสเงินสดจะยังไม่ได้จ่ายออกไปก็ตาม ตัวอย่าง Accrued Expense ที่พบบ่อยในธุรกิจ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายมักเกิดขึ้นเป็นประจำในธุรกิจ โดยเฉพาะรายการที่รอบบิลและการจ่ายเงินคาบเกี่ยวระหว่างเดือนหรือระหว่างปี ซึ่งตัวอย่าง Accrued Expense ที่เจ้าของธุรกิจต้องพบเจอบ่อย ๆ มีดังนี้ 1.[…]









