ในเรื่องการหัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวกับค่าเช่า หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าต้องหักอย่างไรและต้องหักกี่เปอร์เซ็น วันนี้ Build me up consultant จะมาไขข้อสงสัย ให้ทุกท่านทราบว่าค่าเช่าจะหัก ณ ที่จ่ายกันอย่างไร
สารบัญ
การหัก ณ ที่จ่ายค่าเช่าคืออะไร?
โดยปกติแล้วเมื่อผู้ประกอบการนิติบุคคลจ่ายค่าใช้จ่าย เช่น ค่าบริการต่างๆ กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องหัก ณ ที่จ่าย และนำส่งกรมสรรพากรเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ค่าใช้จ่ายค่าเช่าก็เป็นค่าใช้จ่ายอีกประเภทหนึ่งที่กฎหมายกำหนดให้หัก ณ ที่จ่าย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือ การเช่าสังหาริมทรัพย์
ค่าเช่าแบบไหนที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย
ในกรณีที่ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าเช่าจะต้องมีการหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่หากเป็นการหัก ณ ที่จ่าย ค่าเช่าบุคคลธรรมดา ที่จ่ายโดยผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา อันนี้จะไม่มีหน้าที่ต้องทำการหักภาษี
ค่าเช่า หัก ณ ที่จ่าย กี่เปอร์เซ็นต์?
สำหรับเงื่อนไขในการหัก ณ ที่จ่ายค่าเช่าไม่ว่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์ หรือ อสังหาริมทรัพย์ จะมีอัตราอยู่ที่ 5% อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีหากเป็นการให้บริการใช้ทรัพย์สิน กรณีนี้จะมีอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายอยู่ที่ 3%
ซึ่งหลักในการพิจารณาว่าอันไหนเป็นการเช่า อันไหนเป็นการให้บริการใช้ทรัพย์สิน จะมีหลักพิจารณา ดังนี้
- หากตามข้อตกลงในสัญญาระบุว่า ผู้ให้บริการไม่มีการส่งมอบครอบครองทรัพย์สินใดๆให้แก่ผู้รับบริการโดยผู้ให้บริการยังคงเป็นเจ้าของและมีหน้าที่ดูแลรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการให้บริการใช้ทรัพย์สิน ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% ตัวอย่างเช่น การให้บริการเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆในการจัดประชุมของบริษัท เช่น ไมโครโฟน โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ทีวี ต่างๆ ผู้ให้บริการยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินอยู่ และมีหน้าที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้พร้อมใช้งาน และไม่ได้มีการส่งมอบทรัพย์สินแต่อย่างใด
- หากในสัญญามีการระบุถึงการส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินไปยังผู้รับบริการ อันนี้จะถือว่าเป็นการเช่าทันที ต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% เช่น สัญญาเช่าที่ดิน สัญญาเช่าโรงงาน เป็นต้น
ตัวอย่างหัก ณ ที่จ่าย ค่าเช่า
บริษัท A (ผู้เช่า) ตกลงทำสัญญาเช่าพื้นที่สำนักงานจาก บริษัท B (ผู้ให้เช่า) ในราคาเดือนละ 25,000 บาท ซึ่งในการเช่าอสังหาริมทรัพย์จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
วิธีคำนวณ
-
- นำ 25,000(ค่าเช่าพื้นที่สำนักงาน) x 5% (หัก ณ ที่จ่าย) = 1,250
- จากนั้นนำ 25,000 – 1,250 = 23,750 บาท
ดังนั้น บริษัท A จะต้องจ่ายค่าเช่า ให้บริษัท B 23,750 บาท และ ในส่วนของ 1,250 บาท นั้นบริษัท A จะต้องทำการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้กับ บริษัท B พร้อมทั้งนำส่งให้กับกรมสรรพากร
ใครมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากร?
ผู้เช่า หรือ ผู้จ่ายเงิน กรณีที่เป็นนิติบุคคล เป็นผู้ที่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย และนำส่งสรรพากร
เอกสารที่เกี่ยวข้องและระยะเวลาที่ต้องนำส่ง
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- ภ.ง.ด.3 ใช้ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรมดา
- ภ.ง.ด.53 ใช้ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเป็นนิติบุคคล
ระยะเวลาที่ต้องนำส่ง
- กรณียื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จะต้องนำส่งภายใน วันที่ 7 ของเดือนถัดไปนับจากเดือนที่มีการจ่ายค่าเช่า
- กรณียื่นแบบออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร จะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน ทำให้สามารถนำส่งได้ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป
บทลงโทษกรณีลืมหัก หรือยื่นล่าช้า
- เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ต้องนำส่ง โดยจะเริ่มคำนวณตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบ จนถึงวันที่นำส่งภาษีจริง
- ค่าปรับทางอาญา สำหรับการยื่นแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ล่าช้า จะมีโทษปรับทางอาญาสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งทางกรมสรรพากรจะมีการเปรียบเทียบปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า คือ ยื่นล่าช้าไม่เกิน 7 วัน มีค่าปรับ 100 บาท และยื่นล่าช้าเกิน 7 วันขึ้นไป มีค่าปรับ 200 บาท
สรุป
ตามประมวลรัษฎากร การหัก ณ ที่จ่ายค่าเช่า ต้องหัก 5% โดยมีข้อควรพิจารณาคือ การเช่านั้นจะต้องมีการส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินไปยังผู้เช่า หากไม่มีการส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินจะถือเป็นการให้บริการทรัพย์สินซึ่งมีอัตราหัก ณ ที่จ่ายอยู่ที่ 3% หวังว่าบทควาทนี้ทาง Build Me Up Consultant จะช่วยไขข้อสงสัยของทุกคนได้นะครับ
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ หัก ณ ที่จ่าย ค่าเช่า สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

