สารบัญ
Work Permit คืออะไร
Work Permit คือ ใบอนุญาตประกอบอาชีพสำหรับชาวต่างชาติ เป็นเอกสารสำคัญของชาวต่างชาติเมื่อต้องเดินทางไปทำงานในประเทศอื่นๆ เพื่อทำธุรกิจ กิจการ หรือการเป็นลูกจ้างตามระยะเวลาที่กำหนด โดยนายจ้างในแต่ละประเทศเป็นผู้ดำเนินการขอให้ โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงแรงงานของประเทศนั้น และเมื่อหมดอายุต้องต่อใหม่ทันที และหากลูกจ้างเปลี่ยนที่ทำงานเปลี่ยนนายจ้างก็ต้องดำเนินการขอใหม่
ใครที่ต้องขอ Work Permit
คนต่างด้าวทุกคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง พนักงานบริษัท ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือแรงงานต่างด้าว เมียนมา ลาว กัมพูชา รวมถึงผู้ที่เข้ามาประกอบธุรกิจส่วนตัวหรือทำงานอาสาสมัคร จำเป็นต้องขอใบอนุญาตทำงาน จากกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน
กลุ่มคนที่ต้องขอ Work Permit
- ชาวต่างชาติที่ทำงานในองค์กรธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และนักลงทุน ที่เข้ามาทำงานในบริษัทเอกชน สถาบันการเงิน หรือตำแหน่งเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ครูสอนภาษา ผู้บริหารระดับสูง จนถึงนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยภายใต้สิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุน (BOI)
- แรงงาน 3 สัญชาติ คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้รัฐบาลไทยผ่อนผันและจัดการระบบผ่านข้อตกลงระหว่างประเทศ (MOU) หรือมาตรการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละช่วงเวลา
- คนต่างด้าวที่ทำงานอาสาสมัครหรือมูลนิธิที่ไม่ได้แสวงหากำไร หรือไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน ทางกฎหมายของไทยถือว่าเป็นการทำงาน จึงต้องขอใบอนุญาตทำงาน
- แรงงานไปและกลับหรือเข้ามาทำงานตามฤดูกาล โดยใช้บัตรผ่านแดน แทนหนังสือเดินทาง มีระยะเวลาสั้นๆหรือตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานตามมาตรา 64 แห่ง พระราชกําหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
กลุ่มคนที่ไม่ต้องขอ Work Permit (ข้อยกเว้นตามกฎหมาย)
- บุคคลในคณะผู้แทนทางทูต และคณะผู้แทนทางกงสุล
- ผู้แทนประเทศสมาชิกและเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงทบวงการชำนาญพิเศษต่างๆ
- ผู้ติดตามของคณะผู้แทนทางทูต คณะผู้แทนทางกงสุล ผู้แทนประเทศสมาชิกและเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ
- บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
- บุคคลที่เข้ามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา เช่น ภารกิจเพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา วัฒนธรรม ศิลปะ หรือการกีฬาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐอย่างถูกต้อง
Work Permit มีอะไรบ้าง
ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ปัจจุบันกรมการจัดหางาน ได้แบ่งตามลักษณะรูปเล่มและกลุ่มแรงงาน ออกเป็น 3 ประเภท และมีรูปแบบดิจิทัล (Digital Work Permit) เพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับกลุ่มเทคโนโลยีและการลงทุน โดยสรุป ได้ดังนี้
-
ใบอนุญาตทำงานรูปแบบเดิม
- เล่มสีน้ำเงิน (ตท.11 / WP.11) เป็นรูปเล่มสีน้ำเงิน ขนาดประมาณ 12.7 x 8.89 เซนติเมตร ซึ่งเป็นประเภทที่พบมากที่สุดและใช้กันทั่วไป จะออกให้แก่กลุ่มนักลงทุน ผู้บริหาร แรงงานฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการชาวต่างชาติ และแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่นำเข้ามาตามระบบ MOU ด้วย
- เล่มสีส้ม (ตท.11 / WP.11) ขนาดตัวเล่มเท่ากับเล่มสีน้ำเงิน ใช้เฉพาะกลุ่มแรงงานในกิจการประมงทะเลทุกกลุ่ม เพื่อให้ตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิแรงงานกลุ่มนี้ได้อย่างทั่วถึง
- แผ่นสีเหลือง (ตท.15 / WP.15) มีลักษณะเป็นเอกสารกระดาษสีเหลือง ออกให้สำหรับกลุ่มแรงงานไป-กลับ หรือแรงงานตามฤดูกาลบริเวณชายแดน ตามกฎหมายมาตรา 64 เช่น แรงงานกัมพูชา ลาว เมียนมา ที่เข้ามาเกี่ยวข้าวหรือกรีดยางแล้วกลับประเทศ
-
ใบอนุญาตทำงานระบบดิจิทัล (Digital Work Permit)
เป็นระบบใบอนุญาตทำงานอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ ซึ่งเข้ามาแทนที่รูปแบบเล่มเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับบริษัทหรืออุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI
- กลุ่มวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) สำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง และกลุ่มคนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงที่เข้ามาทำงานหรือลงทุนในไทยระยะยาว
Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสารฝั่งลูกจ้างชาวต่างชาติ
- แบบคำขอรับใบอนุญาตทำงาน พร้อมรูปถ่าย
- หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง พร้อมสำเนา ที่มีวีซ่า Non-Immigrant
- ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล อายุไม่เกิน 1 เดือน (ตรวจโรคต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด)
- หลักฐานการศึกษาหรือหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน ที่ตรงกับตำแหน่งที่ขอ
- สัญญาจ้างงาน หรือหนังสือรับรองการจ้างงานจากนายจ้าง
เอกสารฝั่งนายจ้าง / บริษัท
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล อายุไม่เกิน 6 เดือน
- สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และงบการเงินปีล่าสุด
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- แผนที่ตั้งสถานประกอบการ และรูปถ่ายสถานประกอบการ (บางกรณี)
Work Permit ทำที่ไหน และมีขั้นตอนอย่างไร
ปัจจุบันกรมการจัดหางานได้ยกเลิกระบบการยื่นแบบ Walk-in ออกแล้วและได้บังคับใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-WorkPermit เต็มรูปแบบทั่วประเทศ โดยมีขั้นตอน ดังนี้
1. ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบ สำหรับนายจ้าง โดยเข้าเว็บไซต์ e-WorkPermit และเลือกประเภทนายจ้าง บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล และยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD หรือ DGA Digital ID สร้างคำขอรับใบอนุญาตทำงาน
2. เลือกเมนู “ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงาน” กรอกข้อมูลของคนต่างด้าว ลักษณะงาน เงินเดือน และข้อมูลบริษัทให้ตรงตามเอกสารจริง
3. อัปโหลดไฟล์เอกสารทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้างเข้าระบบ
4. ระบบจะออกใบแจ้งหนี้ให้ชำระค่าคำขอสามารถจ่ายผ่านระบบ e-Payment หรือช่องทางที่ระบบกำหนด
5. เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานจะตรวจความถูกต้องของข้อมูลและเอกสารที่อัปโหลดเข้าไปในระบบ ใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ
6. ตรวจสอบสถานะคำขอในระบบ หากเอกสารไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไข แต่ถ้าผ่านแล้ว สถานะจะเปลี่ยนเป็นอนุมัติ
7. ชำระเงินค่าธรรมเนียมตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตผ่านระบบออนไลน์
8. เมื่อชำระเงินเสร็จ ให้เลือกศูนย์บริการกรมการจัดหางานในพื้นที่ หรือศูนย์ที่สะดวก พร้อมเลือกวันและเวลาเพื่อเข้าไปรับบัตร
9. ยืนยันตัวตนและรับบัตรจริง โดยให้คนต่างด้าวเดินทางไปที่ศูนย์บริการ ตามวันนัดหมาย เพื่อสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ และม่านตา เพื่อยืนยันตัวตนและรับบัตรใบอนุญาตทำงานมาใช้งาน
แต่หากระบบออนไลน์เกิดปัญหา หรือนายจ้างไม่สะดวกดำเนินการทางออนไลน์ด้วยตนเองจริงๆสามารถเดินทางไปติดต่อตามสถานที่ ดังนี้
1. ศูนย์บริการและสำนักงานจัดหางาน
-
- พื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10
- พื้นที่ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด ประจำจังหวัดนั้นๆที่บริษัทตั้งอยู่
- ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ กรณีเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่ยื่นตามมติ ครม. ในช่วงเวลาที่รัฐบาลเปิดศูนย์พิเศษ
2. ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
หากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หรือต้องการยื่นให้กลุ่มผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สามารถไปดำเนินการได้ที่ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ที่จัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 กรุงเทพฯ
หากต้องการต่ออายุ หรือเปลี่ยนแปลง ต้องทำอย่างไร
1. การต่อใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ต้องดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 30 – 45 วันก่อนวันหมดอายุ สามารถยื่นคำขอผ่านทาง กรมการจัดหางาน หรือระบบออนไลน์ของ e-WorkPermit
2. การเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ตรงกับหน้าสมุด Work Permit เช่น เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล เปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ เปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือเปลี่ยนนายจ้าง จะต้องทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยใช้แบบคำขอ บต.44 ซึ่งสามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้สะดวกผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน
บทลงโทษหากไม่มีใบอนุญาตทำงาน
การทำงานในประเทศไทยโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือไม่มี Work Permit ถือเป็นความผิดตามกฎหมายแรงงาน โดยจะมีบทลงโทษ ดังนี้
สำหรับชาวต่างชาติ
หากทำงานโดยไม่มี Work Permit หรืออยู่ระหว่างยื่นเอกสาร หรือกำลังรอผลอนุมัติ และได้มีการทำงานก่อนที่จะมีเอกสารจะถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษปรับตั้งแต่ประมาณ 5,000 – 50,000 บาท และอาจถูกสั่งให้หยุดทำงาน และถูกส่งกลับประเทศ รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานอีก 2 ปี
สำหรับฝั่งนายจ้าง
การจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือไม่ดำเนินการ ต่อใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง มีโทษปรับสูงขึ้น โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 100,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน และหากทำผิดซ้ำ อาจมีโทษที่รุนแรงขึ้น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000 – 200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวอีก 3 ปี
สรุป
การทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายของชาวต่างชาติ สิ่งสำคัญที่ต้องมี คือ ใบอนุญาตทำงาน หรือ work permit หากไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือ work permit จะถือว่าผิดกฎหมาย โดยจะมีโทษทั้งทางฝั่งนายจ้างและชาวต่างชาติ และยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทเมื่อถูกตรวจสอบอีกด้วย
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Work Permit สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

