Work Permit คืออะไร มีอะไรบ้าง และยื่นเรื่องขอได้ที่ไหน สรุปครบแล้วที่นี่

Work Permit คืออะไร มีอะไรบ้าง และยื่นเรื่องขอได้ที่ไหน สรุปครบแล้วที่นี่ by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ติดต่อ Line
icon ดูรีวิวจากลูกค้า

สารบัญ

    1. Work Permit คืออะไร
    2. ใครที่ต้องขอ Work Permit
    3. Work Permit มีอะไรบ้าง
    4. Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง
    5. Work Permit ทำที่ไหน และมีขั้นตอนอย่างไร
    6. หากต้องการต่ออายุ หรือเปลี่ยนแปลง ต้องทำอย่างไร
    7. บทลงโทษหากไม่มีใบอนุญาตทำงาน
    8. สรุป

Work Permit คืออะไร

Work Permit คือ ใบอนุญาตประกอบอาชีพสำหรับชาวต่างชาติ เป็นเอกสารสำคัญของชาวต่างชาติเมื่อต้องเดินทางไปทำงานในประเทศอื่นๆ เพื่อทำธุรกิจ กิจการ หรือการเป็นลูกจ้างตามระยะเวลาที่กำหนด โดยนายจ้างในแต่ละประเทศเป็นผู้ดำเนินการขอให้ โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงแรงงานของประเทศนั้น และเมื่อหมดอายุต้องต่อใหม่ทันที และหากลูกจ้างเปลี่ยนที่ทำงานเปลี่ยนนายจ้างก็ต้องดำเนินการขอใหม่

ใครที่ต้องขอ Work Permit 

คนต่างด้าวทุกคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง พนักงานบริษัท ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือแรงงานต่างด้าว เมียนมา ลาว กัมพูชา รวมถึงผู้ที่เข้ามาประกอบธุรกิจส่วนตัวหรือทำงานอาสาสมัคร จำเป็นต้องขอใบอนุญาตทำงาน จากกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน

กลุ่มคนที่ต้องขอ Work Permit 

  1. ชาวต่างชาติที่ทำงานในองค์กรธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และนักลงทุน ที่เข้ามาทำงานในบริษัทเอกชน สถาบันการเงิน หรือตำแหน่งเฉพาะทาง เช่น วิศวกร ครูสอนภาษา ผู้บริหารระดับสูง จนถึงนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยภายใต้สิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  2. แรงงาน 3 สัญชาติ คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้รัฐบาลไทยผ่อนผันและจัดการระบบผ่านข้อตกลงระหว่างประเทศ (MOU) หรือมาตรการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละช่วงเวลา
  3. คนต่างด้าวที่ทำงานอาสาสมัครหรือมูลนิธิที่ไม่ได้แสวงหากำไร หรือไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน ทางกฎหมายของไทยถือว่าเป็นการทำงาน จึงต้องขอใบอนุญาตทำงาน
  4. แรงงานไปและกลับหรือเข้ามาทำงานตามฤดูกาล โดยใช้บัตรผ่านแดน แทนหนังสือเดินทาง มีระยะเวลาสั้นๆหรือตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานตามมาตรา 64 แห่ง พระราชกําหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

กลุ่มคนที่ไม่ต้องขอ Work Permit (ข้อยกเว้นตามกฎหมาย) 

  1. บุคคลในคณะผู้แทนทางทูต และคณะผู้แทนทางกงสุล
  2. ผู้แทนประเทศสมาชิกและเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ รวมถึงทบวงการชำนาญพิเศษต่างๆ
  3. ผู้ติดตามของคณะผู้แทนทางทูต คณะผู้แทนทางกงสุล ผู้แทนประเทศสมาชิกและเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติ
  4. บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
  5. บุคคลที่เข้ามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา เช่น ภารกิจเพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา วัฒนธรรม ศิลปะ หรือการกีฬาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐอย่างถูกต้อง

Work Permit มีอะไรบ้าง 

ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ปัจจุบันกรมการจัดหางาน ได้แบ่งตามลักษณะรูปเล่มและกลุ่มแรงงาน ออกเป็น 3 ประเภท และมีรูปแบบดิจิทัล (Digital Work Permit) เพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับกลุ่มเทคโนโลยีและการลงทุน โดยสรุป ได้ดังนี้

  1. ใบอนุญาตทำงานรูปแบบเดิม

  • เล่มสีน้ำเงิน (ตท.11 / WP.11) เป็นรูปเล่มสีน้ำเงิน ขนาดประมาณ 12.7 x 8.89 เซนติเมตร ซึ่งเป็นประเภทที่พบมากที่สุดและใช้กันทั่วไป จะออกให้แก่กลุ่มนักลงทุน ผู้บริหาร แรงงานฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการชาวต่างชาติ และแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่นำเข้ามาตามระบบ MOU ด้วย
  • เล่มสีส้ม (ตท.11 / WP.11) ขนาดตัวเล่มเท่ากับเล่มสีน้ำเงิน ใช้เฉพาะกลุ่มแรงงานในกิจการประมงทะเลทุกกลุ่ม เพื่อให้ตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิแรงงานกลุ่มนี้ได้อย่างทั่วถึง
  • แผ่นสีเหลือง (ตท.15 / WP.15) มีลักษณะเป็นเอกสารกระดาษสีเหลือง ออกให้สำหรับกลุ่มแรงงานไป-กลับ หรือแรงงานตามฤดูกาลบริเวณชายแดน ตามกฎหมายมาตรา 64  เช่น แรงงานกัมพูชา ลาว เมียนมา ที่เข้ามาเกี่ยวข้าวหรือกรีดยางแล้วกลับประเทศ
  1. ใบอนุญาตทำงานระบบดิจิทัล (Digital Work Permit) 

เป็นระบบใบอนุญาตทำงานอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ ซึ่งเข้ามาแทนที่รูปแบบเล่มเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับบริษัทหรืออุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI
  • กลุ่มวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) สำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง และกลุ่มคนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงที่เข้ามาทำงานหรือลงทุนในไทยระยะยาว

Work Permit ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารฝั่งลูกจ้างชาวต่างชาติ 

  • แบบคำขอรับใบอนุญาตทำงาน พร้อมรูปถ่าย
  • หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง พร้อมสำเนา ที่มีวีซ่า Non-Immigrant
  • ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล อายุไม่เกิน 1 เดือน (ตรวจโรคต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด)
  • หลักฐานการศึกษาหรือหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงาน ที่ตรงกับตำแหน่งที่ขอ
  • สัญญาจ้างงาน หรือหนังสือรับรองการจ้างงานจากนายจ้าง

เอกสารฝั่งนายจ้าง / บริษัท 

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) และงบการเงินปีล่าสุด
  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ และรูปถ่ายสถานประกอบการ (บางกรณี)

Work Permit ทำที่ไหน และมีขั้นตอนอย่างไร

ปัจจุบันกรมการจัดหางานได้ยกเลิกระบบการยื่นแบบ Walk-in ออกแล้วและได้บังคับใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-WorkPermit เต็มรูปแบบทั่วประเทศ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบ สำหรับนายจ้าง โดยเข้าเว็บไซต์ e-WorkPermit และเลือกประเภทนายจ้าง บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล และยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD หรือ DGA Digital ID สร้างคำขอรับใบอนุญาตทำงาน

2. เลือกเมนู “ยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงาน” กรอกข้อมูลของคนต่างด้าว ลักษณะงาน เงินเดือน และข้อมูลบริษัทให้ตรงตามเอกสารจริง

3. อัปโหลดไฟล์เอกสารทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้างเข้าระบบ

4. ระบบจะออกใบแจ้งหนี้ให้ชำระค่าคำขอสามารถจ่ายผ่านระบบ e-Payment หรือช่องทางที่ระบบกำหนด

5. เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานจะตรวจความถูกต้องของข้อมูลและเอกสารที่อัปโหลดเข้าไปในระบบ ใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ

6. ตรวจสอบสถานะคำขอในระบบ หากเอกสารไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้แก้ไข แต่ถ้าผ่านแล้ว สถานะจะเปลี่ยนเป็นอนุมัติ

7. ชำระเงินค่าธรรมเนียมตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตผ่านระบบออนไลน์

8. เมื่อชำระเงินเสร็จ ให้เลือกศูนย์บริการกรมการจัดหางานในพื้นที่ หรือศูนย์ที่สะดวก พร้อมเลือกวันและเวลาเพื่อเข้าไปรับบัตร

9. ยืนยันตัวตนและรับบัตรจริง โดยให้คนต่างด้าวเดินทางไปที่ศูนย์บริการ ตามวันนัดหมาย เพื่อสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ และม่านตา เพื่อยืนยันตัวตนและรับบัตรใบอนุญาตทำงานมาใช้งาน

แต่หากระบบออนไลน์เกิดปัญหา หรือนายจ้างไม่สะดวกดำเนินการทางออนไลน์ด้วยตนเองจริงๆสามารถเดินทางไปติดต่อตามสถานที่ ดังนี้

1. ศูนย์บริการและสำนักงานจัดหางาน

    • พื้นที่กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10
    • พื้นที่ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด ประจำจังหวัดนั้นๆที่บริษัทตั้งอยู่
    • ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ กรณีเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่ยื่นตามมติ ครม. ในช่วงเวลาที่รัฐบาลเปิดศูนย์พิเศษ

2. ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

หากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หรือต้องการยื่นให้กลุ่มผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สามารถไปดำเนินการได้ที่ ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ที่จัตุรัสจามจุรี ชั้น 18 กรุงเทพฯ

หากต้องการต่ออายุ หรือเปลี่ยนแปลง ต้องทำอย่างไร 

1. การต่อใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ต้องดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 30 – 45 วันก่อนวันหมดอายุ สามารถยื่นคำขอผ่านทาง กรมการจัดหางาน หรือระบบออนไลน์ของ e-WorkPermit

2. การเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ตรงกับหน้าสมุด Work Permit เช่น เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล  เปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่  เปลี่ยนแปลงที่อยู่ หรือเปลี่ยนนายจ้าง จะต้องทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยใช้แบบคำขอ บต.44 ซึ่งสามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้สะดวกผ่านระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน

บทลงโทษหากไม่มีใบอนุญาตทำงาน 

การทำงานในประเทศไทยโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือไม่มี Work Permit ถือเป็นความผิดตามกฎหมายแรงงาน โดยจะมีบทลงโทษ ดังนี้

สำหรับชาวต่างชาติ 

หากทำงานโดยไม่มี Work Permit หรืออยู่ระหว่างยื่นเอกสาร หรือกำลังรอผลอนุมัติ และได้มีการทำงานก่อนที่จะมีเอกสารจะถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษปรับตั้งแต่ประมาณ 5,000 – 50,000 บาท และอาจถูกสั่งให้หยุดทำงาน และถูกส่งกลับประเทศ รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานอีก 2 ปี

สำหรับฝั่งนายจ้าง 

การจ้างแรงงานต่างชาติโดยไม่มี ใบอนุญาตทำงาน หรือไม่ดำเนินการ ต่อใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง มีโทษปรับสูงขึ้น โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 100,000 บาทต่อแรงงาน 1 คน และหากทำผิดซ้ำ อาจมีโทษที่รุนแรงขึ้น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 50,000 – 200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวอีก 3 ปี

สรุป

การทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายของชาวต่างชาติ สิ่งสำคัญที่ต้องมี คือ ใบอนุญาตทำงาน หรือ work permit หากไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือ work permit  จะถือว่าผิดกฎหมาย โดยจะมีโทษทั้งทางฝั่งนายจ้างและชาวต่างชาติ และยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทเมื่อถูกตรวจสอบอีกด้วย

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Work Permit สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.