สารบัญ
-
- การจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์) คืออะไร?
- ใครบ้างที่ “ต้อง” จดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)? เช็กให้ชัวร์ก่อนโดนปรับ!
- ประโยชน์ของการจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)
- เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนการค้า (จดทะเบียนพาณิชย์)
- ขั้นตอนในการจดทะเบียนการค้า(จดทะเบียนพาณิชย์)
- สถานที่จดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)
- กำหนดการในการจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
การจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์) คืออะไร?
การจดทะเบียนพาณิชย์ (หรือบางคนเรียกว่า การจดทะเบียนการค้า) คือ หลักฐานในการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่จดทะเบียนได้แก่
-
- บุคคลธรรมดาคนเดียว (กิจการเจ้าของคนเดียว)
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ
บุคคลธรรมดา หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ทำธุรกิจที่กฎหมายกำหนด จะต้องจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์) นั่นเอง
ใครบ้างที่ “ต้อง” จดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)? เช็กให้ชัวร์ก่อนโดนปรับ!
บุคคลธรรมดา หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ประกอบธุรกิจเหล่านี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
-
- โรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร
- ขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
- นายหน้าหรือตัวแทนค้าต่างซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง และสินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้น ในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป
- ประกอบหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง และขายสินค้าที่ผลิตได้ มีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปหรือในวันหนึ่งวันใดมีสินค้าที่ผลิตได้มีค่ารวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
- ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
อย่างไรก็ตามมีบางธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องจดทะเบียนการค้า ได้แก่
-
- การค้าเร่ การค้าแผงลอย
- พาณิชยกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล
- พาณิชยกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น
- พาณิชยกิจของกระทรวง ทบวง กรม
- พาณิชยกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
- พาณิชยกิจซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประโยชน์ของการจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)
การจดทะเบียนการค้า หรือ ทะเบียนพาณิชย์ นอกจากเป็นเรื่องที่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายประการดังนี้
-
- สร้างความน่าเชื่อถือ: เป็นการแสดงตัวตนว่าร้านค้าหรือธุรกิจมีอยู่จริงและดำเนินกิจการอย่างถูกกฎหมาย ทำให้ลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนเกิดความมั่นใจ และอาจดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นในสายตาลูกค้า
- เข้าถึงสิทธิประโยชน์: การจดทะเบียนพาณิชย์อาจเป็นเงื่อนไขในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์บางอย่าง เช่น การขอสินเชื่อ การเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ เป็นต้น
เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนการค้า (จดทะเบียนพาณิชย์)
กรณีบุคคลธรรมดา
-
- แบบ ทพ.
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ประกอบพาณิชยกิจ (กรณีมอบอำนาจให้จดทะเบียน)
- กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นเจ้าบ้าน ให้แสดงทะเบียนบ้านต่อนายทะเบียน เว้นแต่มิได้เป็นเจ้าบ้านต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
-
-
- หนังสือให้ความยินยอมใช้สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และเอกสารสิทธิ์ของผู้ให้การยินยอม
-
หรือ
-
-
- สำเนาสัญญาเช่าสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และเอกสารสิทธิ์ของผู้ให้เช่า
-
-
- แผนที่แสดงสถานที่ซึ่งใช้ประกอบพาณิชยกิจและสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
กรณี ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล กิจการร่วมค้า
-
- แบบ ทพ.
- สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (กรณีมอบอำนาจให้จดทะเบียน)
- หนังสือหรือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล หรือกิจการร่วมค้า
- กรณีผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นเจ้าบ้าน ให้แสดงทะเบียนบ้านต่อนายทะเบียน เว้นแต่มิได้เป็นเจ้าบ้านต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้
-
-
- หนังสือให้ความยินยอมใช้สถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และเอกสารสิทธิ์ของผู้ให้การยินยอม
-
หรือ
-
-
- สำเนาสัญญาเช่าสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และเอกสารสิทธิ์ของผู้ให้เช่า
-
-
- แผนที่แสดงสถานที่ซึ่งใช้ประกอบพาณิชยกิจและสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
- กรณีกิจการร่วมค้าให้แนบหนังสือรับรองรายการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี
ขั้นตอนการจดทะเบียนการค้า
ขั้นตอนการจดทะเบียนการค้า มีวิธีการดังนี้
-
- จัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นจดทะเบียนการค้า
- ยื่นเอกสารที่หน่วยงาน
- เมื่อยื่นคำขอและตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบ
- ชำระค่าธรรมเนียม 50 บาท
- รับใบทะเบียนพาณิชย์ (แบบ พค. 0403) ได้ทันที
สถานที่จดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)
-
- ในเขต กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนได้ที่ สำนักงานเขต
- ในภูมิภาค ยื่นจดทะเบียนได้ที่ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยา เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล
กำหนดการในการจดทะเบียนการค้า (ทะเบียนพาณิชย์)
-
- ผู้ประกอบกิจการต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มกิจการ
- หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียน ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่เปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนชื่อสถานประกอบกิจการ ย้ายสำนักงาน แก้ไขชื่อเว็บไซต์ เป็นต้น
- การยกเลิกกิจการ ต้องจดทะเบียนเลิก ภายใน 30 วันนับจากวันที่ยกเลิกการประกอบกิจการ
- หากทำใบทะเบียนพาณิชย์สูญหาย ต้องติดต่อขอใบแทนภายใน 30 วันนับจากวันทำสูญหาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: จดทะเบียนการค้า กับ จดทะเบียนพาณิชย์ เหมือนกันไหม?
คำตอบ : เหมือนกันครับแต่ในทางภาษาราชการจะเรียกว่า การจดทะเบียนพาณิชย์ แต่คนทั่วไปส่วนมากจะใช้คำว่า จดทะเบียนการค้า
Q2: จดทะเบียนการค้าแล้ว ต้องเสียภาษีเยอะขึ้นจริงไหม?
คำตอบ : ไม่จริงครับ การจดทะเบียนการค้า เป็นการทำให้ธุรกิจอยู่ในระบบที่ถูกต้อง โดยการมีทะเบียนการค้านั้นจะช่วยให้คุณสามารถนำเอกสารไปยื่นลดหย่อนได้
Q3: ไม่จดทะเบียนการค้า มีความผิดอย่างไร?
คำตอบ : หากไม่จดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากเริ่มกิจการ จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากยังไม่ไปจดอีก จะมีโทษปรับรายวัน วันละไม่เกิน 100 บาท
Q4: ใช้ที่อยู่คอนโด หรือบ้านเช่า จดทะเบียนการค้าได้ไหม?
คำตอบ: สามารถจดได้ครับแต่จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของบ้าน หรือสัญญาเช่าที่ระบุว่าสามารถใช้ประกอบธุรกิจได้ครับ
สรุป
บุคคลธรรมดา หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (บางคนเรียกว่า จดทะเบียนการค้า) เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้การจดทะเบียนยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ผู้จดทะเบียนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์บางประการได้ทางBuild Me Up Consultant (BMU) หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านเข้าใจเกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์มากขึ้นนะครับ
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียนการค้า ติดต่อมาได้ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)


