ภาษีย้อนหลัง คืออะไร? มีอายุความกี่ปี? สรุปสิ่งที่เจ้าของธุรกิจและ SME ต้องรู้

ภาษีย้อนหลังคืออะไร มีอายุความและบทลงโทษอย่างไร พร้อมบอกวิธีการป้องกันหากไม่อยากโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง สรุปครบทุกประเด็น by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ดูรีวิวจากลูกค้า
แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะคะ BUM ให้บริการปรึกษาฟรี
icon ติดต่อ Line

สารบัญ

    1. ภาษีย้อนหลัง คืออะไร
    2. ภาษีย้อนหลัง มีอายุความกี่ปี
    3. บทลงโทษเมื่อโดนภาษีย้อนหลัง
    4. วิธีที่กรมสรรพกรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
    5. ตรวจสอบภาษีย้อนหลังด้วยตัวเอง เช็กอย่างไร?
    6. หากไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง
    7. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
    8. สรุป

ภาษีย้อนหลัง คืออะไร 

ภาษีย้อนหลัง คือ ภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บย้อนหลังจากผู้เสียภาษี เพิ่มเติมจากปีภาษีที่ผ่านมา โดยส่วนมากเกิดจากการตรวจสอบข้อมูล แล้วพบว่าผู้มีรายได้ยื่นข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือมีรายได้บางส่วนที่ยังไม่ได้นำมาคำนวณเพื่อเสียภาษี เช่น รายงานรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง หักค่าใช้จ่ายเกินจริง หรือไม่ยื่นแบบเสียภาษีเลยในช่วงเวลานั้น ๆ

ภาษีย้อนหลัง มีอายุความกี่ปี

อายุความการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังของกรมสรรพากร จะแบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้

    1. กรณีไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเลย ในกรณีนี้หากตรวจสอบและพบว่าไม่ได้มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเลย กรมสรรพกรสามารถเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ภายใน 10 ปีนับจากวันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบในแต่ละปีภาษี
    2. กรณียื่นแบบภาษีแล้ว แต่ยื่นไม่ครบ ยื่นขาด หรือไม่ถูกต้อง ในกรณีนี้หากมีการยื่นแบบตามปกติแต่เกิดการยื่นไม่ครบ ยื่นขาด หรือไม่ถูกต้อง กรมสรรพากรจะออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบเอกสารภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ หรือวันที่ยื่นแบบจริง
    3. กรณียื่นแบบปกติ แต่ตรวจพบว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยง เช่น รายได้ไม่สอดคล้องกับเงินหมุนเวียนในบัญชี อายุความจะเพิ่มเป็น 5 ปี เมื่อมีหลักฐานว่าจงใจ หลีกเลี่ยงภาษี

บทลงโทษเมื่อโดนภาษีย้อนหลัง

    1. กรณียื่นภาษีทัน แต่จ่ายไม่ครบ หากยื่นแบบแสดงรายได้ภาษี ภายในเวลาที่กำหนด แต่ชำระเงินไม่ครบหรือจ่ายล่าช้า จะถูกคิดเงินเพิ่มหรือดอกเบี้ยจากยอดที่ยังไม่ได้จ่าย โดยทั่วไปจะคิดอัตรา 5% ต่อเดือน เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน
    2. กรณียื่นภาษีล่าช้า ในกรณีที่คุณยื่นแบบภาษีเกินระยะเวลาที่กำหนด จะเสียค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่มคิดจากยอดภาษีที่ต้องชำระตามปกติในอัตรา 5% ต่อเดือนจะมีเบี้ยปรับสูงสุด 1.5 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจเปรียบเทียบปรับในอัตราที่เหมาะสมตามกรณี
    3. กรณีไม่เคยยื่นภาษี หรือตั้งใจไม่ยื่น เพื่อเลี่ยงภาษี จะเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย และเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ค้างชำระ
    4. กรณีตั้งใจหลีกหนีภาษี ในกรณีถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย
      • หากเป็นกรณี ฉ้อโกง ปลอมเอกสาร หรือยื่นข้อมูลเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โทษคือ จำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และ ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท โดยต้องรับโทษทั้งจำและปรับ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
      • หากเป็นกรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จะถูกโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วิธีที่กรมสรรพกรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง 

    1. ตรวจสอบจากใบ50 ทวิ  ใบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่นายจ้างออกให้เพื่อแจ้งรายได้ประจำปี ข้อมูลในส่วนนี้จะถูกส่งต่อให้กับกรมสรรพกรหากพบตัวไม่ตรงรายได้ที่ยื่นเสียภาษีไม่ตรงกับข้อมูลในระบบที่สรรพากรมีอยู่ อาจทำให้ถูกเรียกตรวจสอบได้
    2. ดูการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารกรมสรรพากรสามารถขอดูข้อมูลการโอนเงิน หากพบว่ามี  มีการรับโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี ไม่ได้ดูจำนวนเงินหรือ มีการรับโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปต่อปี และมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป หากมีการเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจะถูกตรวจสอบ
    3. ระบบ Big Data กรมสรรพากรใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Big Data และ Data Analytics เพื่อหาความผิดปกติในบัญชี
    4. การแจ้งเบาะแสบนเว็บไซต์กรมสรรพากร (Tax Evasion Hint) คือ การที่กรมสรรพกรได้รับการแจ้งเบาะแสจากคนทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ ที่หลีกเลี่ยงภาษีหรือพบความผิดปกติ กรมสรรพากรสามารถดึงข้อมูลจากในส่วนนี้มาตรวจสอบได้

ตรวจสอบภาษีย้อนหลังด้วยตัวเอง เช็กอย่างไร?

การตรวจสอบภาษีย้อนหลัง สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ดังนี้

    1. หนังสือแจ้งประเมินภาษีหรือหมายเรียก หากสรรพากรตรวจพบความผิดปกติ จะมีการส่งจดหมายเรียกตรวจสอบภาษีมาที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หรือที่ตั้งสถานประกอบการ
    2. ตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์ เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร ล็อกอินเข้าระบบ e-Filing เพื่อเช็กประวัติการยื่นแบบ และสถานะทางภาษี
    3. สอบถามผ่าน Call Center โทร 1161 ศูนย์สารนิเทศสรรพากร เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น
    4. ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองที่สำนักงานสรรพากรในเขตที่เรามีภูมิลำเนาอยู่

หากไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง

    1. ยื่นภาษีทุกครั้งอย่างถูกต้องและตรงเวลา ถึงรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ก็ควรยื่นแบบเพื่อแสดงหลักฐาน
    2. แยกบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจ อย่าใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับเงินจากการทำธุรกิจ เช่น การขายของ หรือการรับเงินจากงานฟรีแลนซ์ เพราะจะทำให้ยอดเงินโอนเข้าสูงกว่าปกติและเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบ
    3. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ จดบันทึกและทำบัญชีรายเดือน เพื่อสรุปรายได้จริงๆ และเป็นเอกสารอ้างอิงเมื่อสรรพากรเรียกตรวจ
    4. เก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายไว้อย่างน้อย 5-10 ปี ให้ครบถ้วน
    5. ออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีทุกครั้ง ไม่ว่าจะยอดที่เยอะหรือน้อย
    6. ตรวจสอบรายได้และลดหย่อนให้แน่ใจว่ารายได้อยู่ในเงินได้ประเภทไหน และหักค่าใช้จ่าย/ค่าลดหย่อนให้ถูกต้องตามจริง
    7. ติดตามข่าวสารและกฎหมายภาษีใหม่ๆ เพราะเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

Q1. ผ่อนจ่ายภาษีย้อนหลังกับกรมสรรพากรได้ไหม?

คำตอบ : หากต้องการผ่อนจ่ายกับกรมสรรพากร สามารถทำได้ครับ แต่ยอดภาษีที่ต้องชำระต้องมียอดตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระได้ 3 งวด (3 เดือน) โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องทำเรื่องขอผ่อนชำระตามขั้นตอนของสรรพากร และต้องจ่ายให้ตรงเวลาในแต่ละงวดครับ

Q2.ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับภาษีย้อนหลังจะติดคุกไหม?

คำตอบ : ในส่วนนี้ต้องดูที่เจตนาครับ หากเจตนาเป็นเพียงการขาดการยื่นหรือเสีย ไม่มีเจตนาทุจริต จะเป็นความรับผิดทางแพ่ง คือต้องหาเงินมาจ่าย หรืออาจถูกยึดทรัพย์ อายัดบัญชีเพื่อชำระหนี้ ไม่ถึงขั้นติดคุก แต่หากมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี แจ้งข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือโกง จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปีครับ แต่อีกกรณีคือไม่มีเงินจ่ายจริงๆ ในส่วนนี้สามารถทำเรื่องขอยื่นผ่อนชำระได้ครับ

Q3. กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้กี่ปี?

คำตอบ : กรมสรรพากรสามารถเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ 2 ปี แต่หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าหลีกเลี่ยงภาษี สามารถขยายเวลาตรวจสอบได้ถึง 5 ปี และในกรณีที่ผู้มีรายได้ ไม่เคยยื่นแบบภาษีเลยหรือมีเจตนาฉ้อโกง อายุความจะขยายสูงสุดถึง 10 ปี ครับ

Q4. ขายของออนไลน์ รับเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่ได้จดบริษัท สรรพากรจะรู้ได้อย่างไร?

คำตอบ : ในปัจจุบันสรรพากรมีกฎหมาย e-Payment ที่ให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลบัญชีที่มีการ รับโอน 3,000 ครั้ง/ปี หรือ รับโอน 400 ครั้ง และยอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้สรรพากรตรวจสอบ และยังมีระบบ Big Data ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากบริษัทขนส่ง แพลตฟอร์ม E-commerce และการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทำให้สรรพากรทราบถึงรายได้จริงครับ

สรุป 

ภาษีย้อนหลัง  เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการวางแผนเตรียมความพร้อมและความรู้ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราไม่ต้องพบเจอกับปัญหาภาษีย้อนหลัง การเสียค่าปรับ หรือปัญหาทางกฎหมายที่ตามมา

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการภาษีย้อนหลัง ติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363  Facebook : Build Me Up Consultant  Line : @bmu001

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.