สารบัญ
-
- ภาษีย้อนหลัง คืออะไร
- ทำไมถึงมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ?
- ทำอย่างไรเมื่อได้รับจดหมายเรียกจากสรรพากร
- ภาษีย้อนหลัง มีอายุความกี่ปี
- ภาษีย้อนหลังคิดยังไง
- บทลงโทษเมื่อโดนภาษีย้อนหลัง
- วิธีที่กรมสรรพกรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
- วิธีเช็กภาษีย้อนหลังด้วยตัวเอง เช็กอย่างไร?
- หากไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
ภาษีย้อนหลัง คืออะไร
ภาษีย้อนหลัง คือ ภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บย้อนหลังจากผู้เสียภาษี เพิ่มเติมจากปีภาษีที่ผ่านมา โดยส่วนมากเกิดจากการตรวจสอบข้อมูล แล้วพบว่าผู้มีรายได้ยื่นข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือมีรายได้บางส่วนที่ยังไม่ได้นำมาคำนวณเพื่อเสียภาษี เช่น รายงานรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง หักค่าใช้จ่ายเกินจริง หรือไม่ยื่นแบบเสียภาษีเลยในช่วงเวลานั้น ๆ
ทำไมถึงมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ?
การตรวจสอบจะภาษีจะเกิดขึ้นเมื่อกรมสรรพากรเห็นความผิดปกติ โดยมีสาเหตุหลักๆ ที่พบได้ ดังนี้
-
- รายได้ไม่ตรงกับยอดเงินเข้าบัญชี
- การยื่นภาษีไม่ครบ หรือขาดช่วง
- การหักค่าใช้จ่ายผิดหรือหักสูงผิดปกติ
- ลืมยื่นภาษี
ทำอย่างไรเมื่อได้รับจดหมายเรียกจากสรรพากร
กรณีโดนภาษีย้อนหลังบุคคลธรรมดา
-
- อ่านจดหมายให้ละเอียดว่าเป็นหนังสือแจ้งเตือนให้ยื่นแบบ หรือ หมายเรียกตรวจสอบภาษี หากเป็นหมายเรียกตรวจสอบให้ดูที่หัวข้อว่าเป็นการตรวจเรื่องอะไร เป็นข้อมูลของปีไหน และมีระยะเวลาให้ติดต่อกลับหรือเข้าพบภายในวันที่เท่าไร
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ตามเบอร์ในจดหมาย เพื่อสอบถามเบื้องต้นว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร
- รวบรวมและจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ควรแยกเอกสารตามปี พ.ศ. ให้ชัดเจนเรียงตามเดือน เพื่อความง่ายในการตรวจสอบ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้หลักๆมี ดังนี้
-
-
- หลักฐานแสดงรายได้ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี
- รายการเดินบัญชี (Statement) สมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มที่ใช้รับเงินในปีภาษีนั้นๆ
- หลักฐานค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน ที่เคยใช้กรอกตอนยื่นภาษี
-
-
- เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามวันเวลาที่นัดหมายและชี้แจงที่มาที่ไปของรายได้ตามหลักฐานที่มีอย่างตรงไปตรงมา หากสรุปแล้วพบว่าเราคำนวณภาษีผิดพลาดหรือยื่นขาดไปจริงๆ ให้แสดงความจำนงขอชำระให้ถูกต้อง
กรณีโดนภาษีย้อนหลังนิติบุคคล
-
- ตรวจสอบรายละเอียดในหมายเรียก ว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการเพ่งเล็งหรือขอเอกสารในประเด็นใดเป็นพิเศษ เพื่อให้เตรียมตัวได้ตรงจุด
- ทำการแจ้งให้ผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีทราบ เพื่อให้เข้ามาช่วยตรวจสอบงบการเงิน
- ตรวจบัญชี งบการเงิน แบบภาษี และเอกสารประกอบของปีที่ถูกเรียก ให้ครบทุกรายการ มีเอกสารทุกอย่างครบถ้วนไหม
- ตรวจสอบและวิเคราะห์หาความผิดปกติร่วมกับผู้ทำบัญชี ว่ามีประเด็นใดที่สุ่มเสี่ยง เช่น รายได้ไม่ตรงกับ Statement หรือมีรายจ่ายต้องห้าม
- เตรียมเอกสารหลักฐานและคำชี้แจงให้พร้อม แยกตามประเด็นความเสี่ยง เช่น ใบกำกับภาษี บิลใบเสร็จ สัญญา และ Statement
- เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย โดยแนะนำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีเข้าร่วมชี้แจงด้วย เพื่อความถูกต้องและรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
ภาษีย้อนหลัง มีอายุความกี่ปี ?
อายุความการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังของกรมสรรพากร จะแบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้
-
- กรณีไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเลย ในกรณีนี้หากตรวจสอบและพบว่าไม่ได้มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเลย กรมสรรพกรสามารถเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ภายใน 10 ปีนับจากวันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบในแต่ละปีภาษี
- กรณียื่นแบบภาษีแล้ว แต่ยื่นไม่ครบ ยื่นขาด หรือไม่ถูกต้อง ในกรณีนี้หากมีการยื่นแบบตามปกติแต่เกิดการยื่นไม่ครบ ยื่นขาด หรือไม่ถูกต้อง กรมสรรพากรจะออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบเอกสารภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ หรือวันที่ยื่นแบบจริง
- กรณียื่นแบบปกติ แต่ตรวจพบว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยง เช่น รายได้ไม่สอดคล้องกับเงินหมุนเวียนในบัญชี อายุความจะเพิ่มเป็น 5 ปี เมื่อมีหลักฐานว่าจงใจ หลีกเลี่ยงภาษี
ภาษีย้อนหลังคิดยังไง
โดยหลักการของกรมสรรพากร การเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจะมีหลักการ ดังนี้
ยอดชำระรวม = ภาษีที่ขาดชำระ+เบี้ยปรับ+เงินเพิ่ม
ตัวอย่างการคำนวณภาษีย้อนหลัง
ผู้ประกอบการมียอดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ไม่ได้นำส่งสรรพากรจำนวน 100,000 บาท และไม่เคยยื่นแบบเสียภาษีเลย และล่าช้ามาเป็นเวลา 10 เดือน
วิธีการคำนวณ
-
- ภาษีที่ขาดชำระ = 100,000 บาท
- เบี้ยปรับ 2 เท่า กรณีไม่ยื่นแบบ = 100,000 x 2 = 200,000 บาท
- เงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน เป็นเวลา 10 เดือน = 100,000 x 1.5% x 10 = 15,000 บาท
สรุปยอดที่สรรพากรจะเรียกเก็บรวมทั้งหมด
100,000 + 200,000 + 15,000 = 315,000 บาท
ในส่วนของอัตราเบี้ยปรับ 2 เท่าเป็นเพดานขั้นสูงตามกฎหมาย หากผู้ประกอบการสมัครใจ หรือให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สรรพากรมีอำนาจพิจารณาลดเบี้ยปรับลงเหลือ 2% – 20% ของยอดเบี้ยปรับเต็ม ได้ตามเงื่อนไขระยะเวลาของ คำสั่งกรมสรรพากร
บทลงโทษเมื่อโดนภาษีย้อนหลัง
-
- กรณียื่นภาษีทัน แต่จ่ายไม่ครบ หากยื่นแบบแสดงรายได้ภาษี ภายในเวลาที่กำหนด แต่ชำระเงินไม่ครบหรือจ่ายล่าช้า จะถูกคิดเงินเพิ่มหรือดอกเบี้ยจากยอดที่ยังไม่ได้จ่าย โดยทั่วไปจะคิดอัตรา 5% ต่อเดือน เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน
- กรณียื่นภาษีล่าช้า ในกรณีที่คุณยื่นแบบภาษีเกินระยะเวลาที่กำหนด จะเสียค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่มคิดจากยอดภาษีที่ต้องชำระตามปกติในอัตรา 5% ต่อเดือนจะมีเบี้ยปรับสูงสุด 1.5 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจเปรียบเทียบปรับในอัตราที่เหมาะสมตามกรณี
- กรณีไม่เคยยื่นภาษี หรือตั้งใจไม่ยื่น เพื่อเลี่ยงภาษี จะเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย และเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ค้างชำระ
- กรณีตั้งใจหลีกหนีภาษี ในกรณีถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย
-
-
- หากเป็นกรณี ฉ้อโกง ปลอมเอกสาร หรือยื่นข้อมูลเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โทษคือ จำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และ ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท โดยต้องรับโทษทั้งจำและปรับ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
- หากเป็นกรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จะถูกโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-
วิธีที่กรมสรรพกรตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
-
- ตรวจสอบจากใบ50 ทวิ ใบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่นายจ้างออกให้เพื่อแจ้งรายได้ประจำปี ข้อมูลในส่วนนี้จะถูกส่งต่อให้กับกรมสรรพกรหากพบตัวไม่ตรงรายได้ที่ยื่นเสียภาษีไม่ตรงกับข้อมูลในระบบที่สรรพากรมีอยู่ อาจทำให้ถูกเรียกตรวจสอบได้
- ดูการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารกรมสรรพากรสามารถขอดูข้อมูลการโอนเงิน หากพบว่ามี มีการรับโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี ไม่ได้ดูจำนวนเงินหรือ มีการรับโอนเงินเข้าบัญชีตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปต่อปี และมียอดเงินรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป หากมีการเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจะถูกตรวจสอบ
- ระบบ Big Data กรมสรรพากรใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Big Data และ Data Analytics เพื่อหาความผิดปกติในบัญชี
- การแจ้งเบาะแสบนเว็บไซต์กรมสรรพากร (Tax Evasion Hint) คือ การที่กรมสรรพกรได้รับการแจ้งเบาะแสจากคนทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ ที่หลีกเลี่ยงภาษีหรือพบความผิดปกติ กรมสรรพากรสามารถดึงข้อมูลจากในส่วนนี้มาตรวจสอบได้
วิธีเช็กภาษีย้อนหลังด้วยตัวเอง เช็กอย่างไร?
การตรวจสอบภาษีย้อนหลัง สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ดังนี้
-
- หนังสือแจ้งประเมินภาษีหรือหมายเรียก หากสรรพากรตรวจพบความผิดปกติ จะมีการส่งจดหมายเรียกตรวจสอบภาษีมาที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หรือที่ตั้งสถานประกอบการ
- ตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์ เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร ล็อกอินเข้าระบบ e-Filing เพื่อเช็กประวัติการยื่นแบบ และสถานะทางภาษี
- สอบถามผ่าน Call Center โทร 1161 ศูนย์สารนิเทศสรรพากร เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น
- ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองที่สำนักงานสรรพากรในเขตที่เรามีภูมิลำเนาอยู่
หากไม่อยากโดนภาษีย้อนหลัง ต้องทำยังไง ?
-
- ยื่นภาษีทุกครั้งอย่างถูกต้องและตรงเวลา ถึงรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ก็ควรยื่นแบบเพื่อแสดงหลักฐาน
- แยกบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจ อย่าใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับเงินจากการทำธุรกิจ เช่น การขายของ หรือการรับเงินจากงานฟรีแลนซ์ เพราะจะทำให้ยอดเงินโอนเข้าสูงกว่าปกติและเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบ
- ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ จดบันทึกและทำบัญชีรายเดือน เพื่อสรุปรายได้จริงๆ และเป็นเอกสารอ้างอิงเมื่อสรรพากรเรียกตรวจ
- เก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับรายได้และค่าใช้จ่ายไว้อย่างน้อย 5-10 ปี ให้ครบถ้วน
- ออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีทุกครั้ง ไม่ว่าจะยอดที่เยอะหรือน้อย
- ตรวจสอบรายได้และลดหย่อนให้แน่ใจว่ารายได้อยู่ในเงินได้ประเภทไหน และหักค่าใช้จ่าย/ค่าลดหย่อนให้ถูกต้องตามจริง
- ติดตามข่าวสารและกฎหมายภาษีใหม่ๆ เพราะเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำตอบ : หากต้องการผ่อนจ่ายกับกรมสรรพากร สามารถทำได้ครับ แต่ยอดภาษีที่ต้องชำระต้องมียอดตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระได้ 3 งวด (3 เดือน) โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องทำเรื่องขอผ่อนชำระตามขั้นตอนของสรรพากร และต้องจ่ายให้ตรงเวลาในแต่ละงวดครับ
คำตอบ : ในส่วนนี้ต้องดูที่เจตนาครับ หากเจตนาเป็นเพียงการขาดการยื่นหรือเสีย ไม่มีเจตนาทุจริต จะเป็นความรับผิดทางแพ่ง คือต้องหาเงินมาจ่าย หรืออาจถูกยึดทรัพย์ อายัดบัญชีเพื่อชำระหนี้ ไม่ถึงขั้นติดคุก แต่หากมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี แจ้งข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือโกง จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปีครับ แต่อีกกรณีคือไม่มีเงินจ่ายจริงๆ ในส่วนนี้สามารถทำเรื่องขอยื่นผ่อนชำระได้ครับ
คำตอบ : กรมสรรพากรสามารถเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ 2 ปี แต่หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าหลีกเลี่ยงภาษี สามารถขยายเวลาตรวจสอบได้ถึง 5 ปี และในกรณีที่ผู้มีรายได้ ไม่เคยยื่นแบบภาษีเลยหรือมีเจตนาฉ้อโกง อายุความจะขยายสูงสุดถึง 10 ปี ครับ
คำตอบ : ในปัจจุบันสรรพากรมีกฎหมาย e-Payment ที่ให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลบัญชีที่มีการ รับโอน 3,000 ครั้ง/ปี หรือ รับโอน 400 ครั้ง และยอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้สรรพากรตรวจสอบ และยังมีระบบ Big Data ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากบริษัทขนส่ง แพลตฟอร์ม E-commerce และการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทำให้สรรพากรทราบถึงรายได้จริงครับ
สรุป
การถูกประเมินภาษีย้อนหลังเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากเรามีการวางแผนเตรียมความพร้อมและความรู้ที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราไม่ต้องพบเจอกับปัญหาภาษีย้อนหลัง การเสียค่าปรับ หรือปัญหาทางกฎหมายที่ตามมา
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการภาษีย้อนหลัง ติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

