สารบัญ
บทนำ: ทำความรู้จักกับกำไรสะสม
กำไรสะสมคืออะไร? ความหมายในทางบัญชีและธุรกิจ
ในทางบัญชี กำไรสะสม (Retained Earnings) คือ กำไรสุทธิที่บริษัททำมาหาได้ตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่หักการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นออกไปแล้ว
ในทางธุรกิจ กำไรสะสมเปรียบเสมือน “เงินทุนหมุนเวียนภายใน” ที่บริษัทได้รับมาจากกำไรที่ทำมาหาได้ในแต่ละปี ที่บริษัทเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การดำเนินงานโดยทั่วไป การขยายกิจการ การจ่ายคืนเงินกู้ยืม เป็นต้น
กำไรสะสมอยู่ในส่วนไหนของงบการเงิน?
ในงบฐานะการเงินกำไรสะสมจะอยู่ในส่วนของ ส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งจะเป็นส่วนที่อยู่ถัดจาก สินทรัพย์ และ หนี้สิน ซึ่งแสดงตามตัวอย่างได้ดังนี้
ประเภทของกำไรสะสม
กำไรสะสมสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทดังนี้
- กำไรสะสมที่จัดสรรแล้ว: การสำรองเงินตามกฎหมายและวัตถุประสงค์อื่น
- กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร: เงินหมุนเวียนที่พร้อมใช้
กำไรสะสมที่จัดสรรแล้ว: การสำรองเงินตามกฎหมายและวัตถุประสงค์อื่น
กำไรสะสมที่จัดสรรแล้ว คือ กำไรที่บริษัท “ล็อก” เอาไว้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะ เพื่อไม่ให้นำไปจ่ายเป็นเงินปันผลจนหมด ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับบริษัท โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
-
การสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve)
ตามกฎหมายไทย (ป.พ.พ. มาตรา 1202)ระบุไว้ว่า ทุกครั้งที่บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล บริษัทจะต้องจัดสรรกำไรสุทธิส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรอง
-
- เงื่อนไข: ต้องจัดสรรอย่างน้อย 5% ของกำไรซึ่งบริษัททำมาหาได้จากกิจการของบริษัท ในแต่ละครั้งที่จ่ายปันผล จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีจำนวนถึง 10% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท
- เหตุผล: เพื่อเป็นหลักประกันให้กับเจ้าหนี้และป้องกันไม่ให้บริษัทนำเงินทุนออกมาใช้จนเสี่ยงต่อการล้มละลาย
2. การจัดสรรเพื่อวัตถุประสงค์อื่น (Other Reserves)
นอกจากเรื่องกฎหมายแล้ว บริษัทสามารถตั้งสำรองขึ้นมาเองตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น:
- สำรองเพื่อการขยายกิจการ: เพื่อเก็บเงินไว้ซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน หรือลงทุนในโครงการใหม่ในอนาคต
- สำรองเพื่อชำระหนี้: เพื่อเตรียมเงินไว้คืนเงินกู้หรือหุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนด
กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร: เงินหมุนเวียนที่พร้อมใช้
กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร คือ ส่วนของกำไรสุทธิที่เหลือจากการหักสำรองตามกฎหมายและสำรองวัตถุประสงค์อื่นเรียบร้อยแล้ว เงินก้อนนี้เปรียบเสมือน “กระเป๋าเงินส่วนตัวของบริษัท” ที่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเอาไปทำอะไรเป็นพิเศษ ดังนั้นบริษัทจึงสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้เพื่อการใดก็ได้เพื่อกิจการของบริษัท
วิธีคำนวณกำไรสะสม
สูตรในการคำนวณกำไรสะสมจะเป็นดังนี้
กำไรสะสมปลายงวด = กำไรสะสมต้นงวด + กำไรสุทธิ – เงินปันผล
ดังนั้นปัจจัยที่ทำให้กำไรสะสมเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะมีดังนี้
- กำไร (ขาดทุน) สุทธิ – หากบริษัทมีกำไรสุทธิจะส่งผลให้กำไรสะสมของบริษัทนั้นเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากบริษัทมีขาดทุนสุทธิจะส่งผลให้กำไรสะสมของบริษัทนั้นลดลง
- เงินปันผล – หากบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลออกไปจะส่งผลให้กำไรสะสมของบริษัทนั้นลดลง
ความสำคัญของกำไรสะสมต่อธุรกิจและการลงทุน
ในมุมมองเจ้าของธุรกิจ
บริษัทที่มีกำไรสะสมมากแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางด้านการเงินในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนมาจากการทำกำไรในอดีต ทำให้บริษัทสามารถขยายกิจการได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร (ไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย) นอกจากนี้หากจำเป็นต้องกู้เงิน ธนาคารจะดูยอดกำไรสะสมเป็นอันดับต้นๆในการวิเคราะห์งบการเงิน เพราะมันสะท้อนว่าธุรกิจมีกำไรต่อเนื่องและมีความสามารถในการชำระหนี้สูงหรือไม่
ในมุมมองนักลงทุน
นักลงทุนใช้กำไรสะสมเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์หุ้นที่เขากำลังสนใจดังนี้
-
- สัญญาณการจ่ายปันผล: บริษัทที่มีกำไรสุทธิและกำไรสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอและอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
- การเติบโตแบบทบต้น: บริษัทที่มีคุณภาพและผู้บริหารที่เก่งพอ หากบริษัทนำกำไรสะสมไปลงทุนต่อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น บริษัทที่มีค่า ROE สูง) จะส่งผลให้ราคาหุ้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1 : กำไรสะสมติดลบ (ขาดทุนสะสม) หมายความว่าอย่างไร?
คำตอบ : เมื่อบริษัทมีขาดทุนสุทธิในงบกำไรขาดทุน หากสะสมแล้วยอดขาดทุนสุทธิมากกว่ากำไรสุทธิ ก็จะส่งผลให้กำไรสะสมเป็นยอดติดลบได้ หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ขาดทุนสะสม
Q2 : บริษัทมีกำไรสะสมเยอะ แต่ทำไมไม่มีเงินสด? (ความต่างของกำไรทางบัญชีกับกระแสเงินสด)
คำตอบ : กำไรสะสมที่บริษัททำมาหาได้นั้น ในความเป็นจริงนั้นจะกระจายไปอยู่สินทรัพย์ต่างๆของบริษัท จะไม่ได้ไปกองอยู่ที่บัญชีเงินสดและบัญชีเงินฝากธนาคารอยู่ที่เดียว ดังนั้นบริษัทที่มีกำไรสะสมเยอะ แต่อาจไม่มีเงินสดอยู่ในมือเลยก็ได้ เพราะอาจนำเงินไปลงทุนในการขยายกิจการจนหมด เป็นต้น
Q3 : กำไรสะสมสามารถนำไปจ่ายเงินปันผลได้ทั้งหมดหรือไม่?
คำตอบ : ตามกฎหมายหากบริษัทมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเหลืออยู่บริษัทก็สามารถจ่ายเงินปันผลได้ (หากเป็นขาดทุนสะสมจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้) แต่ในความเป็นจริงนั้นกำไรสะสมที่แสดงอยู่ในงบการเงินนั้น จะไม่เท่ากับเงินสด/เงินฝากธนาคารที่กิจการมี ดังนั้นส่วนใหญ่บริษัทก็จะจ่ายเงินปันผลตามเงินสด/เงินฝากธนาคารที่กิจการมี ซึ่งตัวเลขมักจะน้อยกว่ากำไรสะสมที่แสดงอยู่ในงบการเงิน
บทสรุป
กำไรสะสม คือกำไรสุทธิส่วนที่บริษัทเก็บไว้หลังจากจ่ายปันผลสะสมกันมาตั้งแต่เปิดบริษัท ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญที่สุดในการต่อยอดธุรกิจโดยไม่มีภาระดอกเบี้ย การวิเคราะห์กำไรสะสมให้เป็นจะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมสถานะการเงินที่แท้จริงของกิจการ
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกำไรสะสม ติดต่อมาได้ โทร. 0925863663 , 021245303 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)


