การทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีเครือข่ายหรือบริษัทในเครือ มีประเด็นทางภาษีหนึ่งที่ทางกรมสรรพากรให้ความสำคัญมากนั่นคือเรื่อง “Transfer Pricing” หรือการกำหนดราคาโอน ซึ่งนำมาสู่หน้าที่ในการยื่นรายงานที่เรียกว่า Disclosure Form นั่นเอง วันนี้ Build Me Up Consultant สำนักงานบัญชีดิจิทัล จะมาสรุปข้อมูลสำคัญเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการถูกปรับ ทำความรู้จัก Disclosure Form คืออะไร ทำไมสำคัญกับนิติบุคคล Disclosure Form คือ แบบรายงานประจำปีสำหรับนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามประมวลรัษฎากร เพื่อแจ้งให้กรมสรรพากรทราบถึงความสัมพันธ์และมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทในเครือ รายงานฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไรเพื่อเลี่ยงภาษีหรือไม่ หากนิติบุคคลที่มีเกณฑ์ถึงกำหนดแต่ละเลยการยื่น Disclosure Form จะมีบทลงโทษที่รุนแรงและค่าปรับที่ค่อนข้างสูง ใครมีหน้าที่ยื่นแบบรายงาน Disclosure Form ประจำปี ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะต้องยื่นแบบรายงานตัวนี้ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขเฉพาะนิติบุคคลที่มี “ความสัมพันธ์กัน” และมี “รายได้เกินเกณฑ์” เท่านั้น หากบริษัทของคุณดำเนินธุรกิจอิสระเพียงลำพัง ไม่มีการถือหุ้นในบริษัทอื่น หรือไม่มีบริษัทอื่นมาถือหุ้นเกินครึ่ง ก็มักจะไม่อยู่ในข่ายที่ต้องทำ Disclosure Form แต่สำหรับบริษัทที่มีบริษัทแม่ บริษัทลูก[…]
ค่ารับรอง เช่น การเลี้ยงรับรองลูกค้าหรือการให้ของขวัญตามธรรมเนียมธุรกิจ แม้จะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า แต่ในมุมของบัญชีและภาษี รายจ่ายส่วนนี้มีรายละเอียดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งเกณฑ์เพดาน 0.3% ของรายได้หรือทุนชำระแล้วแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า, เงื่อนไขไม่เกิน 2,000 บาท ต่อคนต่อครั้ง ไปจนถึงประเด็น ภาษีซื้อต้องห้าม ที่มักสร้างความสับสนให้นักบัญชีและเจ้าของกิจการอยู่เสมอ
หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้อง คือ การจัดทำเอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนและชัดเจน นั่นเอง
เงินทดรองจ่าย (Advance Payment) คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยในงบการเงินจะถูกจัดประเภทเป็น “สินทรัพย์หมุนเวียน” และจะถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อมีการนำใบเสร็จมาล้างออก หัวใจสำคัญของการบริหารเงินทดรองจ่ายคือ “ระบบการควบคุมภายใน” ที่ดี ตั้งแต่การอนุมัติที่สมเหตุสมผล การจัดเก็บเอกสารใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามหลักสรรพากร ไปจนถึงการกำหนดระยะเวลาคืนเงินที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาเงินทดรองจ่ายค้างนาน
ดอกเบี้ยจ่ายเปรียบเสมือนดาบสองคม ในแง่หนึ่งมันช่วยลดภาษีและสร้างพลังทวีในการเติบโตจากการกู้ยืม แต่อีกแง่หนึ่งมันคือภาระผูกพันที่ต้องจ่ายไม่ว่าธุรกิจจะมีรายได้หรือไม่ การวิเคราะห์ดอกเบี้ยจ่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารกระแสเงินสดให้ยั่งยืนนั่นเอง
หากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด เกี่ยวกับ ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold หรือ COGS) เราอาจจะต้องเข้าใจต้นทุนสินค้าคงเหลือก่อน
ต้นทุนสินค้าคงเหลือ คือ ต้นทุนทั้งหมดที่จ่ายไปเพื่อให้ได้สินค้าชิ้นนั้นมาพร้อมขาย เช่น ต้นทุนค่าสินค้า ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งสินค้าคงเหลือ นี้จะถูกจัดประเภทอยู่ในบัญชี สินค้าคงเหลือ ใน งบฐานะการเงิน ต่อมาเมื่อสินค้าคงเหลือนี้ได้ถูกขายออกไป สินค้าคงเหลือ ดังกล่าวจะถูกตัดออกเป็นค่าใช้จ่าย และจัดประเภทเป็น ต้นทุนขาย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในงบกำไรขาดทุน
เงินเกษียณอายุ คือ เงินก้อนหรือรายได้ประจำที่บุคคลได้รับหลังจากสิ้นสุดอายุการทำงานหรือเกษียณอายุ (โดยปกติคือ 60 ปี) เพื่อนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต แทนที่รายได้หลักจากเงินเดือนหรือการประกอบอาชีพที่หายไป
กฎหมาย e-Payment หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 ไม่ใช่กฎหมายใหม่ที่เพิ่งมี แต่เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2562 โดยมีที่มาที่สำคัญ 3 ด้าน ดังนี้ :
1. นโยบาย National e-Payment Master Plan
2. การปรับตัวให้ทันเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Disruption)
3. เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี
ในการทำธุรกิจ หลายคนมักโฟกัสไปที่ยอดขายหรือกำไรสุทธิเป็นหลัก แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางธุรกิจขายดีแต่กลับไม่มีเงินหมุน หรือบางบริษัทดูเหมือนมีทรัพย์สินเยอะแต่กลับขาดสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการ คำตอบของปัญหานี้มักซ่อนอยู่ในงบฐานะการเงิน ในหมวดที่เรียกว่า “สินทรัพย์หมุนเวียน” วันนี้ Build Me Up Consultant จะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปทำความเข้าใจว่าสินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร มีกี่ประเภท สินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร ทำไมเป็นเรื่องบัญชีต้องรู้ สินทรัพย์หมุนเวียน คือสินทรัพย์ที่กิจการถือครอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งาน หรือคาดว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็น “เงินสด” ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี หรือภายในรอบระยะเวลาการดำเนินงานปกติของธุรกิจ (Operating Cycle) ความสำคัญของสินทรัพย์หมุนเวียน ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขในบัญชี แต่เป็นดัชนีชี้วัด “สภาพคล่อง” (Liquidity) ของกิจการโดยตรง หากบริษัทมีสินทรัพย์กลุ่มนี้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ย่อมหมายถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นและการดำเนินงานที่ลื่นไหล ไม่ต้องคอยวิ่งกู้ยืมเงินมาหมุนเวียนรายวัน สินทรัพย์หมุนเวียน มีอะไรบ้าง รู้จัก 7 ประเภทที่พบบ่อย เมื่อเข้าใจความหมายแล้ว ผู้ประกอบการหลายท่านอาจสงสัยต่อว่า แล้วรายการไหนบ้างที่นับเป็นสินทรัพย์ประเภทนี้? ในทางบัญชี รายการเหล่านี้จะถูกเรียงลำดับตาม “สภาพคล่อง” หรือความง่ายในการเปลี่ยนเป็นเงินสด จากมากไปหาน้อย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูกันครับว่า สินทรัพย์หมุนเวียน[…]
ในโลกธุรกิจยุคไร้พรมแดน การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าสินค้านำเข้า หรือการรับชำระเงินจากลูกค้าต่างชาติ แต่สิ่งที่มักสร้างความสับสนและเป็นอุปสรรคคือ “ข้อมูลการโอนเงิน” โดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะทางอย่างรหัส Swift Code ซึ่งเปรียบเสมือนรหัสไปรษณีย์ของโลกการเงิน หากระบุผิดพลาด เงินอาจไปไม่ถึงปลายทาง ในบทความนี้ Build Me Up Consultant จะพาไปทำความเข้าใจว่ารหัส Swift Code คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับธุรกิจของคุณครับ รหัส Swift Code คืออะไร รหัส Swift Code คือรหัสระบุตัวตนของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ใช้ในระบบสากล ย่อมาจาก “Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication” ซึ่งเป็นสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก รหัสนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นมาตรฐานกลางในการสื่อสารและทำธุรกรรมโอนเงินระหว่างประเทศ ให้มีความรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เมื่อคุณต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ หรือรับเงินจากต่างประเทศ ธนาคารจำเป็นต้องใช้รหัส Swift Code เพื่อระบุว่าเงินก้อนนี้ต้องส่งไปที่ธนาคารไหน สาขาใด และประเทศอะไรนั่นเอง เจาะลึกโครงสร้างรหัส Swift Code ประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยปกติแล้ว[…]
เจ้าหนี้การค้า (Accounts payable หรือย่อสั้นๆว่า AP) คือ เงินค่าสินค้าหรือค่าบริการที่บริษัทค้างจ่ายซัพพลายเออร์หรือผู้ขาย จากการที่บริษัทซื้อสินค้าหรือบริการมาแบบเงินเชื่อ โดยมีข้อตกลงว่าจะชำระคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 30 วัน, 60 วัน หรือที่เรียกว่า “เครดิตเทอม” (Credit Term) ยกตัวอย่างเช่น ณ วันที่ 1 มกราคม บริษัทได้สั่งซื้อสินค้าในราคา 50,000 บาท โดยได้รับสินค้าในวันที่ 10 มกราคม ดังนั้นในวันที่ได้รับสินค้าวันที่ 10 มกราคม บริษัทจะต้องบันทึกรับรู้เจ้าหนี้การค้าจำนวน 50,000 บาท










