สารบัญ
ต้นทุนคงที่ คือ
ต้นทุนคงที่ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Fixed Cost คือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่อยู่เท่าเดิมตลอด ไม่ว่าจะผลิตของเยอะหรือน้อยขนาดไหน หรือยอดขายของกิจการจะเติบโตขึ้น ต้นทุนคงที่จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เท่าเดิมตลอด
ต้นทุนคงที่ มีอะไรบ้าง
ต้นทุนคงที่ ที่ต้องจ่ายตลอดการทำธุรกิจ สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ
ต้นทุนคงที่ระยะยาว (Committed Fixed Cost)
คือ ต้นทุนคงที่ผูกพันที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือลดลงได้ เนื่องจากมีสัญญาผูกพันระยะยาวหรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของธุรกิจ เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าเสื่อมราคา หรือค่าเช่าคลังสินค้า
ต้นทุนคงที่ระยะสั้น (Discretionary Fixed Cost)
คือ ต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือระยะสั้นๆ สามารถปรับหรือลดได้ หรือสามารถยกเลิกได้โดยที่ไม่กระทบต่อการผลิตสินค้า
ตัวอย่างต้นทุนคงที่ ที่พบบ่อยในธุรกิจ
- ค่าเช่าสถานที่ เป็นค่าใช้จ่ายในการเช่าหน้าร้าน เช่าเป็นที่เก็บสินค้า หรือสำนักงาน ที่จ่ายค่าเช่าตามที่ระบุในสัญญาเช่า เท่าเดิมในทุกเดือน
- ค่าจ้างพนักงาน คือ ค่าตอบแทนพนักงานที่เป็นเงินเดือนประจำที่ได้แน่นอน ไม่รวมค่าอินเซนทีฟต่างๆ
- ค่าเสื่อมราคา เป็นการทยอยเฉลี่ยต้นทุนของสินทรัพย์ถาวร เป็นค่าใช้จ่ายรายปี เพื่อเฉลี่ยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายที่เท่ากันทุกปีตามอายุการใช้งาน
- ค่าเบี้ยประกันภัย เป็นค่าประกันภัยที่ซื้อไว้คุ้มครองความเสี่ยงของธุรกิจ โดยจะมีการแบ่งจ่ายเป็นรายปีหรือรายเดือนที่เท่ากันทุกเดือน
ต้นทุนคงที่หายังไง
วิธีการคำนวณต้นทุนคงที่ สามารถทำได้ 2 วิธี ขึ้นอยู่กับรูปแบบการบันทึกข้อมูลทางบัญชีที่กิจการมีอยู่ ดังนี้
-
การคำนวณแบบรวมค่าใช้จ่ายคงที่โดยตรง
การคำนวณแบบรวมค่าใช้จ่ายคงที่โดยตรง เป็นการนำค่าใช้จ่ายในบริษัทที่ไม่ได้เปลี่ยนตามยอดขายมารวมกันทั้งหมดในรอบรายเดือน หรือต่อปี เหมาะสำหรับกิจการที่มีการบันทึกรายจ่ายแยกประเภทไว้อย่างชัดเจน
สูตรคำนวณ
ต้นทุนคงที่รวม = ผลรวมของค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งหมดของกิจการ (เช่น ค่าเช่า เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยอดขาย)
ตัวอย่าง นาย ข. เปิดร้านกาแฟ โดยในเดือนมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
-
- ค่าเช่าตึก 15,000 บาท
- เงินเดือนบาริสต้าเป็นพนักงานประจำ 18,000 บาท
- ค่าเสื่อมราคาของเครื่องชงกาแฟ 2,000 บาท
วิธีคิด ต้นทุนคงที่รวม = 15,000 + 18,000 + 2,000 = 35,000
ดังนั้น ร้านกาแฟของ นาย ข. จะมีต้นทุนคงที่รวมอยู่ที่ 35,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายทุกเดือนโดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามยอดขายของร้าน
-
การคำนวณโดยหักลบจากต้นทุนรวม
การคำนวณหักลบจากต้นทุนรวม เป็นการคำนวณหาต้นทุนคงที่ในกรณีที่เราทราบยอดต้นทุนรวมทั้งหมดและต้นทุนผันแปรทั้งหมดอยู่แล้ว เพื่อให้รู้ต้นทุนคงที่ที่เหลืออยู่ เหมาะสำหรับกิจการที่มีการสรุปตัวเลขต้นทุนรวมทั้งหมด เอาไว้แล้ว
สูตรคำนวณ
ต้นทุนคงที่รวม = ต้นทุนรวมทั้งหมด – ต้นทุนผันแปรทั้งหมด
แต่หากต้องการหาค่าเฉลี่ยต่อชิ้น ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย = ต้นทุนคงที่รวมทั้งหมด ÷ จำนวนหน่วยที่ผลิตทั้งหมด
ตัวอย่าง นาย ข. เปิดร้านกาแฟ โดยในเดือนนี้มีต้นทุนรวมทั้งหมด 50,000 บาท และเป็น ต้นทุนผันแปร เช่น ค่าเมล็ดกาแฟ แก้ว ค่าน้ำนม รวม 20,000 บาท โดยในเดือนนี้ขายกาแฟได้ 1,000 แก้ว
วิธีคิด ต้นทุนคงที่รวมทั้งหมด = 50,000 – 20,000 = 30,000 บาท
วิธีคิดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย = 30,000 (ต้นทุนคงที่รวมทั้งหมด) ÷ 1,000 (จำนวนหน่วยที่ผลิตทั้งหมด) = 30 บาท/แก้ว
ดังนั้น ร้านกาแฟของ นาย ข. จะมีต้นทุนคงที่รวมอยู่ที่ 30,000 บาท และคิดเป็นต้นทุนคงที่เฉลี่ยต่อหน่วยเท่ากับ 30 บาท/แก้ว
ประโยชน์ของการวิเคราะห์ต้นทุนคงที่
- ช่วยในการตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสม การที่รู้ข้อมูลต้นทุนคงที่ทั้งหมด จะช่วยให้สามารถคำนวณต้นทุนรวมต่อหน่วยและราคาตั้งขายเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและเพื่อสร้างกำไรได้อย่างแม่นยำ
- สามารถคำนวณหาจุดคุ้มทุนในการที่รู้ถึงต้นทุนคงที่รวม ทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่าธุรกิจจะต้องผลิตสินค้ากี่ชิ้นและขายสินค้าเป็นจำนวนกี่ชิ้น หรือต้องทำยอดขายให้ได้เท่าไรต่อเดือนจึงจะเท่าทุน
- ช่วยควบคุมและลดค่าใช้จ่ายเนื่องจากการรู้ต้นทุนคงที่ จะทำให้เห็นภาพรวมชัดเจนว่าเราต้องจ่ายอะไรเท่าไรในทุกเดือน ทำให้สามารถวางแผนควบคุมเพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆได้
- สามารถประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจเมื่อยอดขายตก เพราะเมื่อเรารู้ต้นทุนคงที่เราจะสามารถประเมินความยืดหยุ่นทางการเงินของธุรกิจได้
ต้นทุนคงที่ กับต้นทุนผันแปร แตกต่างกันอย่างไร
| ข้อเปรียบเทียบ | ต้นทุนคงที่ | ต้นทุนผันแปร |
|---|---|---|
| ความหมาย | ต้นทุนที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิต | ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิต |
| ต้นทุนรวม | ต้นทุนจะคงที่ไม่ผันแปร ตามปริมาณการผลิต | ต้นทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามปริมาณการผลิต |
| ต้นทุนต่อหน่วย | เปลี่ยนแปลงยิ่งผลิตมากต้นทุนต่อหน่วยจะยิ่งถูกลง | ต้นทุนต่อหน่วยจะคงที่เท่าเดิมไม่ว่าจะผลิตในปริมาณเท่าใด |
| ตัวอย่าง | ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา เงินเดือนพนักงาน ค่าเบี้ยประกัน | ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าบรรจุภัณฑ์ |
สรุป
ต้นทุนคงที่ หรือ Fixed Cost คือ ค่าใช้จ่ายของธุรกิจที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิตหรือยอดขาย หากในเดือนนั้นจะไม่ได้มีการผลิตหรือขายสินค้าเลย ก็ยังคงต้องจ่ายในจำนวนที่เท่าเดิม เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าเสื่อมราคา และค่าเบี้ยประกัน เป็นต้น
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ต้นทุนคงที่ สามารถติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

