ภาษีรถยนต์คืออะไร ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์ พร้อมทั้งสรุปอัตราภาษีรถยนต์แต่ละประเภท ฉบับอัปเดตล่าสุด

ภาษีรถยนต์คืออะไร ทำไมเราถึงจำเป็นต้องชำระภาษีรถยนต์ประจำปี และหากไม่ได้ทำการต่อภาษีรถยนต์หรือชำระล่าช้าจะเสียค่าปรับเท่าไร สรุปครบแล้วที่นี้ by bmu
icon รับทำบัญชี
icon ดูรีวิวจากลูกค้า
แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะคะ BUM ให้บริการปรึกษาฟรี
icon ติดต่อ Line

สารบัญ

    1. ภาษีรถยนต์คืออะไร
    2. ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์
    3. สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์
    4. เสียค่าปรับเท่าไรหากขาดต่อภาษีรถยนต์
    5. อัตราภาษีรถยนต์แต่ละประเภท
    6. ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไร
    7. ต่อภาษีได้ที่ไหนบ้าง
    8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
    9. สรุป

ภาษีรถยนต์คืออะไร 

ภาษีรถยนต์ คือ ภาษีรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของรถยนต์ทุกคนต้องชำระภาษีรถยนต์ตามที่กฎหมายบังคับเมื่อถึงกำหนด ซึ่งการที่เราชำระภาษีรถยนต์ไปในแต่ละปีนั้น หน่วยงานรัฐก็จะนำไปบำรุงผิวถนนเดิมให้ดีอยู่เสมอ พร้อมทั้งปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และก่อสร้างถนนเส้นทางใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางให้ดีมากยิ่งขึ้น

ทำไมต้องต่อภาษีรถยนต์ 

การที่เราต้องชำระภาษีรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบกเป็นประจำทุกปีนั้น เป็นการรักษาสิทธิในการใช้รถบนถนนสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการรับรองว่า ไม่ใช่รถเถื่อนหรือรถที่ไม่มีทะเบียน และเป็นหลักฐานสำคัญในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ หากไม่ต่อภาษีรถยนต์ตามกำหนดจะมีโทษปรับทางกฎหมาย

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ 

    1. การต่อภาษีรถยนต์จะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์ในปีที่หมดอายุ แต่สามารถต่อภาษีก่อนวันที่จะหมดอายุล่วงหน้า 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือน ก่อนถึงวันหมดอายุภาษี
    2. กรณีที่ต่อภาษีรถยนต์ล่าช้ากว่าที่กำหนด นับตั้งแต่วันที่ขาด 1 วันขึ้นไป ระบบจะคิดค่าปรับในอัตรา 1% ต่อเดือน ของค่าภาษีที่ต้องจ่าย หากเศษของเดือนเกินมาเพียง 1 วันก็จะถูกปัดเศษนับเป็น 1 เดือนทันที
    3. กรณีที่ขาดการต่อภาษีรถยนต์มากกว่า 3 ปีขึ้นไป จะถือว่าป้ายทะเบียนรถยนต์นั้น ถูกยกเลิกทันที
      หากต้องการต่อภาษีรถยนต์ใหม่จะต้องนำป้ายทะเบียนเดิมและสมุดคู่มือจดทะเบียนไปคืนที่กรมการขนส่งทางบก พร้อมทั้งชำระภาษีย้อนหลังและค่าปรับทั้งหมด จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอจดทะเบียนรถใหม่ได้
    4. สำหรับการต่อภาษีรถยนต์ทุกครั้ง รถยนต์ที่มีอายุไม่ถึง 7 ปี ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนต่อ
      แต่หากรถยนต์มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป จะต้องทำการตรวจสภาพรถให้ครบก่อน ถึงจะสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้
    5. หากจะทำการจ่ายภาษีรถยนต์ จะต้องทำการต่อพรบรถยนต์ก่อน จึงจะทำการชำระภาษีรถยนต์ประจำปีได้

เสียค่าปรับเท่าไรหากขาดต่อภาษีรถยนต์ 

    1. รถยนต์ที่ขาดต่อภาษีรถยนต์เกิน 1 ปี แต่ยังไม่ถึง 3 ปี ทะเบียนจะยังไม่ถูกยกเลิกและสามารถไปเสียค่าภาษีรถยนต์และต่อทะเบียนได้ตามปกติ แต่จะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนเสมอ ไม่ว่ารถคันนั้นจะมีอายุการใช้งานกี่ปีก็ตาม และมีค่าปรับในการชำระภาษีรถยนต์ย้อนหลังในอัตรา 1% ต่อเดือน
    2. รถยนต์ที่ขาดต่อภาษีรถยนต์เกิน 3 ปีขึ้นไป จะต้องทำการจดทะเบียนใหม่เท่านั้น เนื่องจากป้ายทะเบียนได้ถูกระงับการใช้งานไปแล้ว โดยเจ้าของรถจะต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนและเล่มทะเบียนรถไปคืนให้กับทางกรมขนส่งทางบกภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่โดนยกเลิกทะเบียน หากไม่นำไปคืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท แล้วจึงจะสามารถต่อทะเบียนและภาษีรถยนต์ได้ตามปกติพร้อมทั้งเสียค่าปรับภาษีรถยนต์ย้อนหลังเช่นเดียวกัน

 อัตราภาษีรถยนต์แต่ละประเภท 

1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ป้ายทะเบียนพื้นขาว ตัวหนังสือดำ

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เช่น รถเก๋ง 4 ประตู รถกระบะ 4 ประตู รถสปอร์ต จะคำนวนภาษีรถยนต์ตามขนาดความจุกระบอกสูบจริง ดังนี้

    • 1 – 600 cc  คิดซีซีละ 0.50 บาท
    • 601 – 1,800 cc คิดซีซีละ 1.50 บาท
    • 1,801 cc ขึ้นไป  คิดซีซีละ 4.00 บาท

หากรถยนต์กลุ่มนี้มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป จะได้รับส่วนลดภาษีประจำปี ตั้งแต่ 10% ไปจนถึงสูงสุด 50% ตามอายุการใช้งาน

2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ป้ายทะเบียนพื้นขาว ตัวหนังสือฟ้า

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คนรถกลุ่มนี้ เช่น รถตู้โดยสาร จะคำนวณค่าภาษีรถยนต์ แบบเหมาตามน้ำหนักรถ (กิโลกรัม) ดังนี้

    • น้ำหนักไม่เกิน 500 กก. คิด 150 บาท
    • น้ำหนัก 501 – 750 กก. คิด 300 บาท
    • น้ำหนัก 751 – 1,000 กก. คิด 450 บาท
    • น้ำหนัก 1,001 – 1,250 กก. คิด 800 บาท
    • น้ำหนัก 1,251 – 1,500 กก. คิด 1,000 บาท
    • น้ำหนัก 1,501 – 1,750 กก. คิด1,300 บาท
    • น้ำหนัก 1,751 – 2,000 กก. คิด 1,600 บาท
    • น้ำหนัก 2,001 – 2,500 กก. คิด 1,900 บาท
    • น้ำหนัก 2,501 – 3,000 กก. คิด 2,200 บาท
    • น้ำหนัก 3,001 – 3,500 กก. คิด 2,400 บาท

3.รถบรรทุกส่วนบุคคล ป้ายทะเบียนพื้นขาว ตัวหนังสือเขียว

รถกลุ่มนี้ เช่น รถกระบะ 2 ประตู กระบะตอนเดียว หรือกระบะแคบ จะคำนวณค่าภาษีรถยนต์ แบบเหมาตามน้ำหนักรถ (กิโลกรัม) ดังนี้

    • น้ำหนักไม่เกิน 500 กก. คิด 300 บาท
    • น้ำหนัก 501- 750 กก. คิด 450
    • น้ำหนัก 751 – 1,000 กก. คิด 600 บาท
    • น้ำหนัก 1,001 – 1,250 กก. คิด 750 บาท
    • น้ำหนัก 1,251 – 1,500 กก. คิด 900 บาท
    • น้ำหนัก 1,501 – 1,750 กก. คิด 1,050 บาท
    • น้ำหนัก 1,751 – 2,000 กก. คิด 1,350 บาท
    • น้ำหนัก 2,001 – 2,500 กก. คิด 1,650 บาท

ต่อภาษีรถยนต์ใช้เอกสารอะไร 

    1. สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (ตัวจริงหรือสำเนา)
    2. หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถยนต์ (ตรอ.)สำหรับรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป
    3. พ.ร.บ. รถยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุ

ต่อภาษีได้ที่ไหนบ้าง 

    1. สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
    2. ที่ทำการไปรษณีย์
    3. เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ (รับเฉพาะรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 7 ปี ซึ่งไม่ต้องตรวจสภาพรถ)
    4. การต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ที่ https://eservice.dlt.go.th
    5. ห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ชอปให้พอแล้วต่อภาษี” (Shop Thru For Tax)
    6. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)
    7. จุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษีรถยนต์ (Drive Thru For Tax)
    8. ใช้บริการผ่านสถานที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์และต่อภาษีรถยนต์

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. รถอายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี?

คำตอบ : รถยนต์ที่มีอายุครบ7 ปีขึ้นไปครับ จะต้องทำการตรวจเช็คสภาพรถก่อนที่จะทำการต่อภาษีเพื่อทำยืนยันได้ว่ารถยนต์คันนี้มีความปลอดภัยในการที่ใช้วิ่งบนท้องถนนจริงๆ การใช้งานของอุปกรณ์ใช้งานได้ตามปกติและมีค่ามลพิษทางอากาศและเสียงไม่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดครับ

Q2. รถที่มีอายุเกิน 7 ปีสามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ไหม?

คำตอบ : ได้ครับ แต่จะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ให้เรียบร้อยก่อนครับและเมื่อตรวจสภาพรถเสร็จข้อมูลนั้นจะถูกส่งเข้าระบบของกรมการขนส่งทางบกโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เราได้สามารถเข้าไปทำการชำระภาษีรถยนต์ได้ครับ

Q3.  ต่อภาษีล่าช้าเกินกำหนด จะมีค่าปรับเท่าไร?

คำตอบ : ในกรณีที่ต่อภาษีล่าช้าจะเสียค่าปรับ 1% ต่อเดือน ของการชำระภาษี โดยที่หากมีเศษของเดือนเกินมาเพียง 1 วันก็จะถูกปัดเศษนับเป็น 1 เดือนทันทีครับ และถ้าหากปล่อยให้ภาษีขาดเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับการใช้งานทันที ต้องนำป้ายทะเบียนไปคืนกรมการขนส่งทางบก ชำระภาษีย้อนหลังพร้อมค่าปรับ และต้องดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนรถใหม่ครับ

สรุป 

การชำระภาษีรถยนต์ เป็นสิ่งที่เจ้าของรถจะต้องทำการชำระทุกปี โดยในปัจจุบันช่องทางในการชำระภาษีรถยนต์มีหลากหลายช่องทาง ดังนั้นจึงควรเตรียมความพร้อมในการตรวจเช็คอายุรถ หากเกินให้ทำการตรวจสภาพรถก่อนนำมาต่อภาษี รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายล่วงหน้า หากมีการจ่ายล่าช้าหรือขาดการชำระก็จะทำให้เสียค่าปรับ

หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษีรถยนต์ ติดต่อมาได้ โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant  Line : @bmu001

เขียนโดย (Author)

คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน

ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228

ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.