การเลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการทุกคน คำถามที่ว่า นิติบุคคลมีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนให้เข้ากับเป้าหมายของเราจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน วันนี้ Build Me Up Consultant ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาให้ เพื่อเป็นแนวทางให้คุณตัดสินใจเลือกได้อย่างมั่นใจ
นิติบุคคล คืออะไร
นิติบุคคล คือ บุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้นให้มีตัวตนแยกต่างหากจากเจ้าของ สามารถมีสิทธิ ถือครองทรัพย์สิน ทำสัญญา หรือถูกฟ้องร้องได้เหมือนบุคคลธรรมดา หรืออธิบายง่าย ๆ คือการทำให้ธุรกิจมีชีวิตและตัวตนเป็นของตัวเองทางกฎหมาย ซึ่งช่วยจำกัดความรับผิดชอบของเจ้าของและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ
บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ความแตกต่างที่ต้องรู้
ข้อแตกต่างหลักคือความรับผิดในหนี้สิน บุคคลธรรมดาต้องรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดด้วยทรัพย์สินส่วนตัว แต่นิติบุคคลจะรับผิดจำกัดอยู่แค่ในส่วนของธุรกิจ นอกจากนี้ อัตราภาษี ของนิติบุคคลยังต่ำกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในขั้นสูงสุด ทำให้เมื่อมีกำไรสูง การเป็นนิติบุคคลจะช่วยประหยัดภาษีได้มากกว่า
นิติบุคคล มีกี่ประเภทในประเทศไทย

เมื่อถามว่านิติบุคคลมีกี่ประเภท ต้องอธิบายว่าในประเทศไทยสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้ว ประเภทที่เกี่ยวข้องโดยตรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นที่นิยมในการทำธุรกิจ มี 5 ประเภทหลัก ดังนี้
1. บริษัทจำกัด (Limited Company)
เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด จัดตั้งขึ้นโดยมีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (ตามกฎหมายใหม่) โดยผู้ถือหุ้นทุกคนมีความรับผิดชอบจำกัดแค่จำนวนเงินค่าหุ้นที่ตนยังชำระไม่ครบเท่านั้น ทำให้มีความน่าเชื่อถือสูง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเติบโตและระดมทุนในอนาคต
2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership)
เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งจากคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป มีหุ้นส่วน 2 ประเภทคือ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด (รับผิดไม่เกินเงินลงทุนของตน) และ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (รับผิดในหนี้สินทั้งหมดของห้าง) ซึ่งหุ้นส่วนประเภทนี้มักจะเป็นผู้จัดการ
3. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership)
โดยปกติแล้วห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ แต่หากนำไป จดทะเบียน จะมีสถานะเป็น “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล” ทันที ซึ่งมีข้อแตกต่างสำคัญคือ หุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมดแบบไม่จำกัดจำนวน
4. มูลนิธิ (Foundation)
เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสาธารณกุศล การศาสนา ศิลปะ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่น ๆ โดยนำทรัพย์สินมาจัดสรรเพื่อดำเนินการ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน จึงไม่เหมาะกับการทำธุรกิจทั่วไป
5. สมาคม (Association)
เป็นการรวมตัวของบุคคลหลายคนเพื่อทำกิจกรรมใด ๆ ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การแบ่งปันผลกำไร เช่น สมาคมศิษย์เก่า สมาคมกีฬา หรือสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ
ข้อดี-ข้อเสีย ของนิติบุคคลแต่ละประเภทสำหรับผู้ประกอบการ
การทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของนิติบุคคลแต่ละรูปแบบ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณมากที่สุด
บริษัทจำกัด : น่าเชื่อถือสูง รับผิดจำกัดแค่ค่าหุ้น
- ข้อดี: ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบหนี้สินไม่เกินค่าหุ้นที่ยังจ่ายไม่ครบ ทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือสูงในสายตาของสถาบันการเงินและคู่ค้า ง่ายต่อการระดมทุนขยายกิจการ
- ข้อเสีย : มีขั้นตอนการจัดตั้งและข้อบังคับทางกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า มีค่าใช้จ่ายในการทำบัญชีและตรวจสอบบัญชีทุกปี
ห้างหุ้นส่วนจำกัด : จัดตั้งง่าย แต่มีหุ้นส่วนรับผิดเต็มจำนวน
- ข้อดี : ขั้นตอนการจัดตั้งไม่ซับซ้อนเท่าบริษัทจำกัด การตัดสินใจต่างๆ คล่องตัวกว่า
- ข้อเสีย : ยังคงต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อย 1 คนที่ต้องรับผิดในหนี้สินทั้งหมดแบบไม่จำกัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อทรัพย์สินส่วนตัวของหุ้นส่วนคนนั้น
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล : รับผิดร่วมกันในหนี้สินทั้งหมด
- ข้อดี : การจัดตั้งตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน
- ข้อเสีย : เป็นรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูงสุดสำหรับผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพราะต้องร่วมกันรับผิดในหนี้สินทั้งหมดของกิจการแบบไม่จำกัดจำนวน ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในการทำธุรกิจที่อาจมีหนี้สินสูง
ควรเลือกนิติบุคคลแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

การเลือกรูปแบบนิติบุคคลที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและลักษณะของธุรกิจคุณ ลองพิจารณาจากแนวทางต่อไปนี้
- บริษัทจำกัด : เมื่อธุรกิจของคุณต้องการความน่าเชื่อถือสูง มีแผนจะขยายกิจการในอนาคต ต้องการระดมทุน หรือขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของ เพราะว่าโครงสร้างแบบบริษัทจำกัดมีการจำกัดความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นไว้แค่จำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบเท่านั้น ทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของจะปลอดภัยหากธุรกิจเกิดหนี้สิน นอกจากนี้ ยังเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับและเชื่อถือจากคู่ค้าและธนาคารมากที่สุด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด : เมื่อธุรกิจของคุณเป็นกิจการขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เริ่มต้นกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว และมีผู้ร่วมลงทุนบางคนที่ไม่ต้องการเข้ามาบริหารงานโดยตรง เพราะว่าเป็นรูปแบบที่มีความสมดุลระหว่างความง่ายในการจัดตั้งและความน่าเชื่อถือ มีโครงสร้างที่ซับซ้อนน้อยกว่าบริษัทจำกัด และสามารถแบ่งประเภทหุ้นส่วนได้ชัดเจนระหว่าง “หุ้นส่วนผู้จัดการ” ที่รับผิดชอบไม่จำกัด และ “หุ้นส่วนลงทุน” ที่รับผิดชอบจำกัดแค่เงินลงทุนของตน
- ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล : เมื่อธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจบริการขนาดเล็กที่หุ้นส่วนทุกคนทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันสูง และมีความเสี่ยงในการเกิดหนี้สินจำนวนมากต่ำ เพราะว่าเป็นรูปแบบที่ จัดตั้งง่ายที่สุด ในบรรดานิติบุคคลเพื่อการค้า แต่มีข้อควรระวังที่สำคัญคือ หุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดในหนี้สินทั้งหมดของกิจการแบบไม่จำกัดจำนวน ซึ่งหมายความว่าทรัพย์สินส่วนตัวของทุกคนมีความเสี่ยง จึงเหมาะกับธุรกิจที่ไม่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่ำจริง ๆ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกประเภทนิติบุคคล
นิติบุคคลมี 2 ประเภทได้แก่อะไรบ้าง
หากแบ่งตามประเภทของกฎหมายที่จัดตั้ง โดยทั่วไปจะแบ่งได้ 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- นิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน : คือนิติบุคคลที่จัดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วน มูลนิธิ สมาคม
- นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน : คือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ เช่น กระทรวง กรม จังหวัด องค์การมหาชน วัด
นิติบุคคล 6 พวกมีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ มักจะอ้างอิงถึง 5 ประเภทตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่หากนับรวม “บริษัทมหาชนจำกัด” ซึ่งจัดตั้งตามกฎหมายอีกฉบับ ก็อาจนับรวมเป็น 6 ประเภทได้ ดังนี้
- บริษัทจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด
- ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
- สมาคม
- มูลนิธิ
- บริษัทมหาชนจำกัด
นิติบุคคล หมายถึงอะไร
นิติบุคคล หมายถึง บุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้นมาให้มีสถานะและตัวตนแยกต่างหากจากเจ้าของหรือผู้ก่อตั้ง ทำให้สามารถทำนิติกรรมสัญญา ถือครองทรัพย์สิน และมีสิทธิหน้าที่ได้เหมือนคนธรรมดา แต่จะอยู่ภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้
การจดทะเบียนนิติบุคคล มีกี่ประเภท
หากนับเฉพาะประเภทที่ผู้ประกอบการทั่วไปนิยมจดทะเบียนเพื่อทำธุรกิจ จะมีอยู่ 3 ประเภทหลักด้วยกัน คือ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ซึ่งแต่ละประเภทก็มีรายละเอียดและข้อกำหนดที่แตกต่างกันออกไป
จดทะเบียนบริษัทอย่างถูกต้องและมั่นใจกับ Build Me Up Consultant
การเลือกว่าจะจดทะเบียนนิติบุคคลแบบไหนที่ใช่สำหรับเรา เป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่ออนาคตของธุรกิจอย่างมาก หากคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และดูแลขั้นตอนที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย ให้ Build Me Up Consultant สำนักงานบัญชีดิจิทัลเป็นผู้ช่วยดูแล ด้วยบริการแบบครบวงจรและทีมงานผู้มีประสบการณ์ เราพร้อมดูแลขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท และประสานงานกับหน่วยงานราชการแทนคุณ ผ่านระบบออนไลน์ 100% ติดต่อสอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

