สารบัญ (Table of content)
บทนำ: เงินเกษียณอายุคืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนวางแผน
เงินเกษียณอายุ คือ เงินก้อนหรือรายได้ประจำที่บุคคลได้รับหลังจากสิ้นสุดอายุการทำงานหรือเกษียณอายุ (โดยปกติคือ 60 ปี) เพื่อนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต แทนที่รายได้หลักจากเงินเดือนหรือการประกอบอาชีพที่หายไป
ในทางกฎหมายและภาษีของประเทศไทย “เงินเกษียณ” ประกอบด้วย 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้
1. เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน (Legal Severance Pay)
เป็นเงินที่นายจ้าง “ต้องจ่าย” ให้ตามกฎหมายเมื่อลูกจ้างเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งมีตารางการจ่ายตามอายุงานดังนี้
2. เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข.
เป็นเงินสะสมที่ลูกจ้างทยอยออมไว้ระหว่างการทำงาน และนายจ้างร่วมสมทบเงินให้แก่ลูกจ้างระหว่างการทำงาน
ดังนั้นเมื่อพนักงานถึงวันเกษียณอายุ ก็จะได้รับเงินชดเชยจากการเกษียณอายุดังนี้ : เงินสะสม (ของพนักงาน) + เงินสมทบ (ของนายจ้าง – ตามที่นายจ้างกำหนด) + ผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกผลจากการลงทุน)
3. เงินชราภาพจากประกันสังคม
สิทธิพื้นฐานที่ผู้ประกันตน (ม.33, ม.39) จะได้รับเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
บำเหน็จชราภาพ: ได้รับเป็นเงินก้อน (กรณีส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน)
บำนาญชราภาพ: ได้รับเป็นเงินรายเดือนตลอดชีวิต (กรณีส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป)
4. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
สวัสดิการจากรัฐบาลที่จ่ายให้แก่ผู้สูงอายุชาวไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยจ่ายเป็นขั้นบันได (600 – 1,000 บาทต่อเดือน)
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่คนวัยเกษียณต้องรู้
สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 190,000 บาทแรก (สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป)
หากคุณมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ ในปีภาษีนั้น คุณจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนแรกจำนวน 190,000 บาท โดยมีเงื่อนไข คือ จะต้องเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีนั้น และสามารถนำไปหักออกจากเงินได้ประเภทใดก็ได้ก่อนนำไปคำนวณภาษี
สิทธิยกเว้นภาษีเงินชดเชยเกษียณอายุ
มีจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือความต่างระหว่าง “เกษียณอายุ” และ “เลิกจ้าง”:
- กรณีถูกเลิกจ้าง: ได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินชดเชยไม่เกิน 400 วันของค่าจ้าง และ ไม่เกิน 600,000 บาท
- กรณีเกษียณอายุ: โดยปกติ กรมสรรพากรจะถือเป็นการออกจากงานตามสัญญา ซึ่ง “ไม่ได้รับยกเว้น 600,000 บาทแรก” เหมือนกรณีถูกเลิกจ้าง แต่ สามารถใช้สิทธิ “ใบแนบ” เพื่อแยกคำนวณภาษีได้ (หากทำงานมาเกิน 5 ปี) ซึ่งช่วยให้เสียภาษีน้อยกว่าการนำไปรวมกับเงินเดือนปกติ
วิธีคำนวณภาษีเงินเกษียณ (เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน)
จากบทความนี้เราจะเห็นได้ว่าเงินเกษียณนั้นแบ่งได้ออกเป็นหลายประเภท แต่ในเรื่องของภาษีในบทความนี้จะเน้นแสดงตัวอย่างในประเภทของเงินชดเชยเกษียณอายุตามกฎหมายแรงงาน โดยวิธีในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีดังนี้
กรณีอายุงานน้อยกว่า 5 ปี
สำหรับพนักงานที่มีอายุงานไม่ถึง 5 ปี กรมสรรพากรระบุว่า “ไม่สามารถใช้สิทธิแยกคำนวณภาษีได้” ดังนั้นจึงต้องนำเงินก้อนที่ได้รับจากการเกษียณทั้งหมดไปรวมกับรายได้ปกติ โดยถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1)
สำหรับวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ศึกษาได้จากบทความนี้ได้เลย : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?
กรณีอายุงาน 5 ปีขึ้นไป
ในกรณีที่คุณมีอายุงาน 5 ปีขึ้นไป ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากของการวางแผนภาษี เพราะกรมสรรพากรให้สิทธิในการแยกคำนวณภาษีสำหรับเงินที่ได้รับจากการเกษียณอายุ (เงินชดเชยตามกฎหมาย) โดยไม่ต้องนำไปรวมกับเงินเดือนปกติ ซึ่งมักจะทำให้เสียภาษีน้อยลงอย่างมาก สูตรในการคำนวณเป็นดังนี้
ส่วนที่ 1: หักตามอายุงาน
นำ 7,000 บาท × จำนวนปีที่ทำงาน (ตัวอย่าง: ทำงาน 20 ปี หักออกไปเลย 140,000 บาท)
ส่วนที่ 2: หักเพิ่มอีกครึ่งหนึ่ง
หลังจากหักส่วนแรกแล้ว เหลือเท่าไหร่ ให้ หักออกได้อีก 50% (ตัวอย่าง: สมมติเหลือเงินหลังหักส่วนแรก 600,000 บาท หักออกได้อีก 300,000 บาท)
อัตราภาษีที่ใช้
เงินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้ง 2 ส่วนแล้ว จะนำไปคำนวณภาษีตาม อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ โดยไม่ได้รับการยกเว้น 150,000 แรก แต่มีข้อดีคือ ไม่ต้องนำไปรวมกับรายได้อื่น ทำให้เริ่มต้นที่ฐานภาษีต่ำ
ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินเกษียณ (Case Study)
สมมตินาย ก ได้รับเงินเดือน เดือนละ 50,000 บาท และมีอายุงาน 16 ปี ดังนั้นนาย ก ได้รับเงินชดเชยเมื่อเกษียณตามกฎหมายแรงงานที่ 10 เดือน เป็นจำนวน 500,000 บาท (50,000 บาท x 10 เดือน) เนื่องจากอายุงานของนาย ก เกิน 5 ปี จึงมีสิทธิในการแยกคำนวณภาษีดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณภาษีส่วนของเงินชดเชยเมื่อเกษียณ
เงินชดเชยเมื่อเกษียณ 500,000
หักส่วนที่ 1 : 7,000 x 16 (112,000)
เงินได้คงเหลือ 388,000
หักส่วนที่ 2 อีก 50% (194,000)
เงินได้คงเหลือ 194,000
นำเงินได้ดังกล่าวมาคำนวณในตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไม่ต้องมีการยกเว้น 150,000 แรก ดังนี้
เงินชดเชยที่ได้รับเมื่อเกษียณจะต้องเสียภาษีที่ 9,700 บาท
ตัวอย่างการคำนวณภาษีส่วนของเงินเดือน
เงินเดือน / ปี (50,000 x 12) 600,000
หัก ค่าใช้จ่าย (100,000)
หัก ค่าลดหย่อน (60,000)
เงินได้สุทธิ 440,000
นำเงินได้ดังกล่าวมาคำนวณในตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้
สรุปนาย ก ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นจำนวน 9,700 + 21,500 = 31,200 บาท
สรุป
เงินเกษียณอายุ คือ เงินก้อนหรือรายได้ประจำที่บุคคลได้รับหลังจากสิ้นสุดอายุการทำงานหรือเกษียณอายุ (โดยปกติคือ 60 ปี) เพื่อนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิตแทนที่รายได้หลักจากเงินเดือนหรือการประกอบอาชีพที่หายไป ซึ่งแบ่งออกได้เป็นหลายรูปแบบ เช่น เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
เงินเกษียณอายุแต่ละประเภทนั้นมีวิธีการคำนวณภาษีที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภท จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ควรทำความเข้าใจรายละเอียดให้ถ่องแท้ หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินเกษียณอายุ ติดต่อมาได้ โทร. 0925863663 , 021245303 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001


