สารบัญ
อัตราส่วนสภาพคล่องคืออะไร
อัตราส่วนสภาพคล่อง หรือ Liquidity ratio คือ อัตราส่วนทางการเงิน ที่เอาไว้ใช้วิเคราะห์สภาพคล่องทางการเงินของกิจการที่ประเมินความสามารถในการชำระหนี้สินระยะสั้นว่าบริษัทสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อชำระภาระผูกพันระยะสั้น(ไม่เกิน1ปี) ได้ดีหรือไม่ เพื่อประเมินความมั่นคงทางการเงินและประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท
อัตราส่วนสภาพคล่องที่สำคัญ
อัตราส่วนสภาพคล่องสามารถแบ่งออกเป็น 3 อัตราส่วนย่อย ดังนี้
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current ratio)
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน
หากอัตราส่วนนี้มีค่าสูงกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน ถือว่ามีสภาพคล่องดี หากมีค่าน้อยกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน ถือว่ามีสภาพคล่องต่ำ อัตราส่วนนี้ยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งดี
อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick ratio)
อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว = (สินทรัพย์หมุนเวียน – รายการตั้งแต่สินค้าคงเหลือลงมา) / หนี้สินหมุนเวียน
อัตราส่วนนี้จะคำนวณจากสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นจึงหักสินค้าคงเหลือ และ สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ซึ่งมีสภาพคล่องน้อยออก
หากอัตราส่วนนี้มีค่าสูงกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องสูงมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน ถือว่ามีสภาพคล่องที่ดีมาก หากมีค่าน้อยกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องสูงน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน ถือว่ามีสภาพคล่องต่ำ อัตราส่วนนี้ยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งดี
อัตราส่วนเงินสด (Cash ratio)
อัตราส่วนเงินสด = เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด / หนี้สินหมุนเวียน
อัตราส่วนนี้จะคำนวณจากสินทรัพย์ที่เป็นเงินสดและเงินฝากธนาคาร ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุด
หากอัตราส่วนนี้มีค่าสูงกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีเงินสดและเงินฝากธนาคารมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน ถือว่ามีสภาพคล่องที่ดีมากที่สุด หากมีค่าน้อยกว่า 1 แสดงว่าบริษัทมีเงินสดและเงินฝากธนาคารน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนนี้ยิ่งมีค่ามากก็ยิ่งดี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. อัตราส่วนสภาพคล่องที่ “ดี” ควรมีค่าเท่าไหร่?
คำตอบ : โดยเฉลี่ยทั่วไปต้องมีค่ามากกว่า 1.0 การที่มีค่าอยู่ที่ประมาณนี้ แสดงว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียน ถือว่ามีสภาพคล่องดี แต่ถ้าหากต่ำกว่า 1.0 อาจจะเสี่ยงการขาดสภาพคล่อง
Q2. ถ้าอัตราสภาพคล่องต่ำกว่า 1 แปลว่ากิจการกำลังจะเจ๊งใช่ไหม?
คำตอบ : ไม่เสมอไปครับ การที่อัตราสภาพคล่องต่ำกว่า 1 ไม่ได้หมายความจะต้องเจ๊งหรือมีการล้มละลายครับ แต่เป็นการสัญญาณหรือแจ้งเตือนว่า กิจการของเรา อาจจะมีปัญหาเรื่องการหมุนเงิน แต่ในทางที่ดี เราควรตรวจเช็คให้ชัวร์ โดยการตรวจดู งบกระแสเงินสด ควบคู่กันไปด้วย หากงบกระแสเงินสด ยังเป็นบวกอยู่ก็เท่ากับว่าธุรกิจยังคงเดินหน้าได้ต่อไปได้ครับ
Q3.อัตราส่วนสภาพคล่อง “สูงเกินไป” ดีหรือไม่?
คำตอบ : ไม่ได้ดีเสมอไปครับ เพราะการที่อัตราส่วนสภาพคล่องสูงนักบริหารการเงินมองว่า ยิ่งมีค่าสูงการบริหารสินทรัพย์ยิ่งไม่ได้ประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่นวันนี้คุณพกเงินสดติดตัวอยู่10,000บาท เพื่อไว้ใช้ในการใช้จ่ายค่าข้าวมื้อละ 50 บาท ตลอดทั้งเดือน โดยไม่ต้องกังวลหรือกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวเพราะเงินของคุณนั้นจะเหลือพอใช้ในตลอดทั้งเดือน แต่ถ้าในมุมมองของนักบริหารเงินมองว่า การที่ทำแบบนี้เงินจะไม่งอกเงยหรือเพิ่มขึ้น ควรเอาเงินในส่วนนี้ไปฝากประจำหรือลงทุนเพื่อให้ได้รับผลกำไรตอบแทนมาดีกว่าครับ
Q4.ธุรกิจขาดสภาพคล่อง (หมุนเงินไม่ทัน) มีวิธีแก้ไขเบื้องต้นอย่างไร?
คำตอบ : หากธุรกิจขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน วิธีการแก้ไขเบื้องต้น แบ่งเป็นข้อๆได้ ดังนี้
-
- ตัดค่าใช้จ่าย โดยการตรวจสอบตัดจ่ายใช้จ่ายที่ไม่ได้จำเป็นออกไป
- เร่งเก็บหนี้จากลูกหนี้โดยการติดตามทวงอยู่เสมอหรืออาจจะมีเป็นส่วนลดเงินสดให้เพื่อให้ลูกหนี้ชำระเป็นเงินสดได้ไวขึ้น
- เจรจาขอยืดระยะเวลาการชำระหนี้กับธนาคารหรือซัพพลายเออร์ให้นานขึ้น
- ระบายสต๊อก อาจจะมีการลดล้างสต๊อกเพื่อระบายสินค้าออกให้ไวที่สุดเป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินสด
- จัดทำบัญชี คาดการณ์รายรับ-รายจ่าย เพื่อจะได้เห็นภาพรวมจำนวนเงินที่จะติดลบในช่วงไหนเพื่อจะได้เตรียมแหล่งเงินสำรองไว้ล่วงหน้า
สรุป
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์สภาพคล่องทางการเงินของกิจการที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ เพื่อประเมินความมั่นคงทางการเงินและประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท หากพบว่าธุรกิจกำลังขาดสภาพคล่องหรือหมุนเงินไม่ทัน เจ้าของธุรกิจจะได้วางแผนและทำการแก้ไขอย่างทันท่วงทีช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อแบบไม่สะดุด
หากท่านใดยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอัตราส่วนสภาพคล่อง ติดต่อมาได้ โทร. 021251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
เขียนโดย (Author)
คุณ ธเณศ เฮงตระกูลสิน
ตำแหน่ง : CEO บริษัท บิลด์มีอัพ คอนซัลแทนท์ จำกัด
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 10228
ประสบการณ์ : ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชี EY (Big4)
ผู้ผ่านการทดสอบ หลักสูตรประกาศนียบัตรการรายงานทางการเงินไทย (DipTFR)
ปริญญาตรี : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์การเงิน Nida (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)


