Disclosure Form คืออะไร สรุปข้อมูลครบสำหรับนิติบุคคลไทย

Disclosure Form

การทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีเครือข่ายหรือบริษัทในเครือ มีประเด็นทางภาษีหนึ่งที่ทางกรมสรรพากรให้ความสำคัญมากนั่นคือเรื่อง “Transfer Pricing” หรือการกำหนดราคาโอน ซึ่งนำมาสู่หน้าที่ในการยื่นรายงานที่เรียกว่า Disclosure Form นั่นเอง วันนี้ Build Me Up Consultant สำนักงานบัญชีดิจิทัล จะมาสรุปข้อมูลสำคัญเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการถูกปรับ

ทำความรู้จัก Disclosure Form คืออะไร ทำไมสำคัญกับนิติบุคคล

Disclosure Form คือ แบบรายงานประจำปีสำหรับนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามประมวลรัษฎากร เพื่อแจ้งให้กรมสรรพากรทราบถึงความสัมพันธ์และมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทในเครือ รายงานฉบับนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไรเพื่อเลี่ยงภาษีหรือไม่ หากนิติบุคคลที่มีเกณฑ์ถึงกำหนดแต่ละเลยการยื่น Disclosure Form จะมีบทลงโทษที่รุนแรงและค่าปรับที่ค่อนข้างสูง

ใครมีหน้าที่ยื่นแบบรายงาน Disclosure Form ประจำปี

 

ใครมีหน้าที่ยื่น Disclosure Form

 

ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะต้องยื่นแบบรายงานตัวนี้ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขเฉพาะนิติบุคคลที่มี “ความสัมพันธ์กัน” และมี “รายได้เกินเกณฑ์” เท่านั้น หากบริษัทของคุณดำเนินธุรกิจอิสระเพียงลำพัง ไม่มีการถือหุ้นในบริษัทอื่น หรือไม่มีบริษัทอื่นมาถือหุ้นเกินครึ่ง ก็มักจะไม่อยู่ในข่ายที่ต้องทำ Disclosure Form แต่สำหรับบริษัทที่มีบริษัทแม่ บริษัทลูก หรือบริษัทในกลุ่มเดียวกัน จำเป็นต้องเช็กเกณฑ์ต่อไปนี้

เงื่อนไขรายได้และลักษณะความสัมพันธ์ในการยื่น Disclosure Form

เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างชัดเจน นิติบุคคลที่ต้องยื่น Disclosure Form จะต้องเข้าเงื่อนไข “ทั้ง 2 ข้อ” ดังนี้

  • เงื่อนไขด้านความสัมพันธ์ : ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง ได้แก่
  1. นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นในอีกนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด
  2. มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกันถือหุ้นในนิติบุคคลตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด
  3. มีความสัมพันธ์ในด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุม ที่ทำให้กิจการหนึ่งไม่อาจดำเนินงานได้อย่างอิสระจากอีกกิจการหนึ่ง
  • เงื่อนไขด้านรายได้ : ต้องมีรายได้รวมทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชี (รวมทั้งรายได้หลักและรายได้อื่น) ตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป ตามที่ปรากฏในงบกำไรขาดทุน

บทลงโทษเมื่อไม่ยื่น Disclosure Form รายงานประจำปี

บทลงโทษสำหรับนิติบุคคลที่เพิกเฉยหรือไม่ทำตามกฎหมายเรื่อง Disclosure Form นั้นค่อนข้างรุนแรงกว่าการค้างภาษีทั่วไป เพราะกรมสรรพากรต้องการจัดระเบียบเรื่องราคาโอนอย่างจริงจัง โดยมีรายละเอียดค่าปรับที่ควรทราบ ดังนี้

  • โทษปรับสูงสุดตามกฎหมาย : ตามมาตรา 35 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ระบุโทษปรับไว้ไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับการไม่ยื่นรายงาน หรือการแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • อัตราการปรับตามระยะเวลา : ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการผ่อนปรนการเปรียบเทียบปรับตามความล่าช้า ดังนี้
    • ยื่นเกินกำหนดแต่ไม่เกิน 7 วัน : มีค่าปรับ 50,000 บาท
    • ยื่นเกินกำหนดมากกว่า 7 วัน : มีค่าปรับ 100,000 บาท
    • กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่ยื่น : ปรับเต็มเพดาน 200,000 บาท
  • ความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบเชิงลึก : การไม่ยื่น Disclosure Form หรือยื่นข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับงบการเงิน จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สรรพากรเพ่งเล็ง และเรียกตรวจสอบภาษีในส่วนอื่นตามมาในภายหลัง

กำหนดการยื่น Disclosure Form และช่องทางการยื่นออนไลน์

 

กำหนดการยื่น Disclosure Form

 

กำหนดการยื่นแบบรายงาน Disclosure Form จะยึดตามรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่มักจะตรงกับช่วงที่ต้องเตรียมยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภ.ง.ด.50) นั่นเอง โดยมีรายละเอียดช่องทาง ดังนี้

  • ระยะเวลาการยื่น : ต้องยื่นภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
  • สิทธิพิเศษสำหรับการยื่นออนไลน์ : หากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร จะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน (รวมเป็น 158 วัน) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ
  • ช่องทางที่เปิดให้บริการ
  1. ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ (แบบกระดาษ)
  2. ยื่นผ่านเว็บไซต์ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (แนะนำช่องทางนี้เพราะสะดวกและรวดเร็วที่สุด)
  • เอกสารที่ต้องเตรียม : รายชื่อบริษัทในเครือทั้งหมด, มูลค่าธุรกรรมการซื้อ-ขายสินค้า ค่าบริการ ค่าลิขสิทธิ์ และยอดเงินกู้ยืมระหว่างกัน เพื่อนำข้อมูลมากรอกลงใน Disclosure Form ให้ครบถ้วน

สิ่งที่สรรพากรตรวจสอบใน Disclosure Form ที่ยื่นรายงานไป

เมื่อยื่นแบบรายงานไปแล้ว กรมสรรพากรจะใช้ข้อมูลใน Disclosure Form เป็นเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ได้ดูเพียงแค่ตัวเลขว่าเยอะหรือน้อย แต่จะดูความ “สมเหตุสมผล” ของธุรกรรมเหล่านั้นเป็นหลัก

ประเด็นที่ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

  • บริษัทในไทยมีผลขาดทุนต่อเนื่องหลายปี แต่มีการจ่ายค่าบริการหรือค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัทแม่ในต่างประเทศจำนวนมาก
  • มีการกู้ยืมเงินระหว่างบริษัทในเครือโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดในอัตราที่ต่ำกว่าราคาตลาดมาก
  • มูลค่าการซื้อวัตถุดิบจากบริษัทในเครือสูงกว่าการซื้อจากบุคคลภายนอกอย่างผิดปกติ

สรุปข้อควรระวังในการจัดทำ Disclosure Form ให้ถูกต้องแม่นยำ

การจัดทำ Disclosure Form ให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรกจะช่วยลดภาระงานและการตอบคำถามเจ้าหน้าที่ในภายหลังได้มาก สิ่งสำคัญที่คนทำบัญชีและเจ้าของธุรกิจต้องร่วมกันตรวจสอบ มีดังนี้

  • ตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น : ควรปรับปรุงข้อมูลรายชื่อบริษัทในเครือให้เป็นปัจจุบันเสมอ เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นอาจทำให้บริษัทหลุดจากเกณฑ์หรือก้าวเข้าสู่เกณฑ์ที่ต้องยื่น Disclosure Form โดยไม่รู้ตัว
  • การกระทบยอดตัวเลขกับงบการเงิน : ยอดธุรกรรมที่ระบุในรายงานต้องตรงกับข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงิน หากตัวเลขไม่ตรงกันจะถือเป็นความเสี่ยงลำดับต้น ๆ ที่ถูกเรียกตรวจสอบ
  • การแยกประเภทบัญชีระหว่างกัน : แนะนำให้นักบัญชีแยกผังบัญชีสำหรับรายการที่เกิดกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการดึงข้อมูลมาสรุปใน Disclosure Form ตอนสิ้นปี
  • เตรียมเอกสารประกอบ : หากบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น สรรพากรอาจขอเรียกดูเอกสารพิสูจน์ราคาตลาดเพิ่มเติม ดังนั้นการทำสรุปนโยบายราคาโอนไว้แต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดี

การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงนั้น ความถูกต้องในเรื่องภาษีและงานทะเบียนคือสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย โดยเฉพาะเรื่องซับซ้อนอย่าง Disclosure Form ที่มีรายละเอียดและบทลงโทษที่ค่อนข้างสูง หากคุณยังไม่มั่นใจในขั้นตอนการจัดเตรียมข้อมูล หรือต้องการมืออาชีพเข้ามาช่วยวางระบบบัญชีให้รองรับเกณฑ์ของกรมสรรพากร ให้ Build Me Up Consultant ช่วยดูแล ติดต่อสอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0925863663 , 021245303 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Disclosure Form 

ข้อมูลส่วนใดบ้างที่ต้องระบุใน Disclosure Form 

ข้อมูลหลักคือรายชื่อนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมูลค่าธุรกรรมระหว่างกัน เช่น รายได้จากการขาย ค่าบริการ ค่าสิทธิ ดอกเบี้ย และยอดเงินกู้ยืมคงค้าง ณ วันสิ้นรอบบัญชี

หากไม่ยื่น Disclosure Form มีโทษอย่างไร

มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่ได้ยื่น หรือหากยื่นล่าช้าเกินกำหนดจะมีอัตราค่าปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 100,000 บาท ตามระยะเวลาที่ส่งแบบช้ากว่ากำหนด

ปีนี้ไม่มีธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือเลย ต้องยื่นแบบหรือไม่

ต้องยื่น หากบริษัทมีรายได้รวมเกิน 200 ล้านบาท และยังมีความสัมพันธ์กันตามเกณฑ์กฎหมาย โดยให้ระบุยอดมูลค่าธุรกรรมในแบบรายงานเป็น 0.00 บาท เพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างครบถ้วน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.